10 อันดับเมือง ที่ขึ้นชื่อว่า ‘น่าอยู่และสะอาด’ มากที่สุดในโลก

Home / เรื่องทั่วไป / 10 อันดับเมือง ที่ขึ้นชื่อว่า ‘น่าอยู่และสะอาด’ มากที่สุดในโลก

นอกจากความสวยงาม และความทันสมัยแล้ว อีกหนึ่งอย่างที่สำคัญที่ทำให้เมืองเหล่านี้กลายเป็นเมืองที่มีผู้คนเดินทางไปท่องเที่ยว ชมบรรยากาศของเมืองกันอย่างมากมายแล้วนั้น ก็คือ “ความสะอาด” เพราะความสะอาดถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกได้ว่าเมืองเหล่านั้น มีความน่าอยู่ สวยงาม มีความสะอาดเรียบร้อยเหมาะแก่การเดินทางไปท่องเที่ยวมากที่สุด แถมยังมีมลภาวะทางอากาศน้อยอีกด้วย จะมีเมืองไหนกันบ้าง? ตามมาดูกันเลย

10 เมืองที่สะอาดที่สุดในโลก

10. เฮลซิงกิ (Helsinki) ประเทศฟินแลนด์

เฮลซิงกิ เป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศฟินแลนด์ ตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศ โดยผู้คนในเมืองเฮลซิงนั้น ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับการจัดระบบต่างๆ และยังรวมไปถึงการขนส่งระบบสาธาระณะอีกด้วย ซึ่งเมืองแห่งนี้มีพื้นที่ที่เป็นสวนหรือป่าอยู่มากถึง 36 % และเป็นป่าสงวนธรรมชาติมากถึง 40 แห่งด้วยกัน กินพื้นที่ไปถึง 890 เอเคอร์ นอกจากนี้ประเทศฟินแลนด์ยังได้เตรียมพร้อมรับมือกับสภาวะโลกร้อนด้วยการสร้างพื้นที่ริมฝั่งที่ยกสูงขึ้นเหนือระดับน้ำทะเลได้อีกด้วย เพื่อนเป็นการป้องกันน้ำท่วมนั่นเอง

9. บริสเบน (Brisbane) ประเทศออสเตรเลีย

เป็นเมืองหลวงและเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย อีกทั้งเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่อันดับที่ 3 ของประเทศออสเตรเลีย บริสเบนเป็นเมืองที่อยู่ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิกและมีแม่น้ำบริสเบน (Brisbane River) ถึงอย่างไรก็ตามบริสเบนก็เป็นเมืองที่ไม่มีปัญหาด้านมลภาวะเลย ซึ่งเราสามารถดูจากสถิติและการสำรวจมลพิษทางอากาศ นอกจากนี้ยังมีการรณรงค์ให้ประชาชนรู้จักวิธีการรีไซเคิลขยะอยู่เสมออีกด้วย

8. กูรีตีบา (Curitiba) ประเทศบราซิล

กูรีตีบา เป็นเมืองหลวงของรัฐปารานา ประเทศบราซิล และยังเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในรัฐปารานา สำหรับปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมในเมืองกูรีตีบา ไม่ได้เป็นแค่ปัญหาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชากรในเมืองแห่งนี้ ต่างก็ร่วมมือกันป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ โดยนอกจากจะเป็นเมืองที่สะอาดที่สุดในรัฐปารานาแล้ว กูรีตีตายังเป็นเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวสำหรับประชาชนมากถึง 52 ตารางเมตรต่อประชากร 1 คน

7. ประเทศสิงคโปร์ (Republic of Singapore)

หลายๆ คนอาจจะคิดว่า ประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีความเข้มงวดของการรักษาความสะอาดมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งกฏเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศสิงคโปร์เป็นเมืองที่มีความสะอาดมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีค่าปรับการทิ้งขยะไม่ถูกที่อยู่โดยประมาณ 25,000 ถึง 120,000 บาท ส่วนค่าปรับที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศสิงคโปร์ ได้แก่ 500,000 บาท ก็คือข้อหาการทิ้งก้นบุหรี่ออกจากห้องพักของตนเองต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ

6 เวียนนา (Vienna) ประเทศออสเตรีย

เวียนนา เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรีย แต่ความเจริญนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำให้เวียนนาเป็นหนึ่งในเมืองที่สะอาดที่สุดในโลกเลย เพราะในกรุงเวียนนามีถังขยะรองรับประชาชนมากกว่า 17,300 ถัง ถังทิ้งบุหรี่ 12,000 ถัง และถังเก็บอุจจาระสุนัขกว่า 3,000 แห่ง คอยให้บริการทั่วทุกพื้นที่ของเมือง นอกจากนี้  เวียนนายังเป็นที่ตั้งของหน่วยงานในสหประชาชาติหลายแห่ง เช่น United Nations Industrial Development Organization (UNIDO) และองค์กรระดับนานาชาติหลายแห่ง เช่น โอเปก (OPEC) เป็นต้น

5. ประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg)

ลักเซมเบิร์ก ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางพื้นที่สีเขียวของยุโรป ซึ่งเต็มไปด้วยป่าไม้และเขตป่าสงวนมากมาย ประชาชนชาวลักเซมเบิร์กเองก็ให้ความร่วมมือและเข้าร่วมโครงการด้านความสะอาดที่ทางรัฐบาลจัดอยู่เป็นประจำ จึงทำให้เมืองแห่งนี้ติดหนึ่งในเมืองที่มีความสะอาดมากที่สุดในโลก

4. โฮโนลูลู (Honolulu) รัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา

โฮโนลูลู เป็นเมืองหลวงของรัฐและยังเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของรัฐฮาวาย ซึ่งโฮโนลูลู ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ใช้พลังงานสะอาดมากที่สุดและมีความมั่นคงด้านโครงสร้างพื้นฐานมากที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่เข้าร่วมโครงการ H-Power คือตัวอย่างของโครงการพลังงานสะอาดที่เปลี่ยนขยะเป็นกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนมากกว่า 40,000 ครัวเรือนจากขยะ 2,000 ตัน

3. โกเบ (Kobe) ประเทศญี่ปุ่น

โกเบ เป็นเมืองหลวงของจังหวัดเฮียวโงะ (Hyogo) และยังเป็นเมืองท่า ของการค้าและอุตสาหรกรรมที่สำคัญเมืองหนึ่งของญี่ปุ่น ทำให้มีความหลากหลายของเชื้อชาติและวัฒนธรรมของผู้คนที่มารวมกันอยู่ที่นี่ นอกจากนี้แล้วยังมีชื่อเสียงทางด้านเนื้อวัว เหล็ก ยาง และไข่มุก มากที่สุดของประเทศญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในเมืองที่สะอาดที่สุดในโลกอีกด้วย ซึ่งมีความโดดเด่นในการจัดการระบบระบายน้ำได้เป็นอย่างดี

2. เวลลิงตัน (Wellington) ประเทศนิวซีแลนด์

เวลลิงตัน เป็นเมืองหลวงของประเทศนิวซีแลนด์ โดยเป็นที่รู้จักกันในชื่อของ “เวลลิงตัน เมืองแห่งสายลม” เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีสายลมพัดผ่านมากที่สุดของนิวซีแลนด์ และที่เมืองแห่งนี้ยังมีระบบกระเช้าไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ที่เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เมืองแห่งนี้สามารถลดมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีระบบการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพมากอีกด้วย

1. แคลกะรี (Calgary) ประเทศแคนาดา

แคลกะรี เป็นเมืองในรัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ บนฝั่งแม่น้ำโบว์ เป็นเมืองศูนย์กลางผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ กสิกรรมและการท่องเที่ยว ในปี ค.ศ. 1988 เป็นเมืองแรกในประเทศแคนาดาที่เป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิกฤดูหนาว และสิ่งที่ทำให้เมืองแห่งนี้เป็นหนึ่งในเมืองที่สะอาดที่สุดในโลกก็คือ กฏหมายด้านการทิ้งขยะและการทิ้งบุหรี่ในที่สาธารณะที่เข้มงวด นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งมูลนิธิที่คอยรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เช่น Green Calgary เป็นต้น

ข้อมูลและภาพ : www.visithelsinki.fi, www.tennis.com.aupresidential-aviation.comwww.singaporeair.comwww.lonelyplanet.com, www.hotelroomsearch.net, www.helicopters.net.nzwww.harvestcalgary.cawww.execucar.comwww.meekhao.com