ข้อคิดดีๆ คิงพาวเวอร์ วิชัย ศรีวัฒนประภา หลักการทำงาน

แบบอย่างที่ดี 7 หลักการทำงาน วิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าสัวหัวใจเพชร เจ้าของคิงพาวเวอร์

Home / เรื่องทั่วไป / แบบอย่างที่ดี 7 หลักการทำงาน วิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าสัวหัวใจเพชร เจ้าของคิงพาวเวอร์

หลังจากมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในกรณีที่ คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของคิงพาวเวอร์และเป็นประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้  กับผู้ร่วมเดินทางที่นั่งอยู่บนเฮลิคอปเตอร์อีกทั้ง 4 คน ไม่มีผู้รอดชีวิต จากเหตุการณ์ฮอล์ตก บริเวณลานจอดรถใกล้สนามฟุตบอลคิงเพาเวอร์สเตเดียม ในเมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ถือเป็นการสูญเสียมหาเศรษฐีใจบุญผู้ยิ่งใหญ่และเป็นที่รักของใครหลายคน เพราะที่ผ่านมาท่านได้ช่วยเหลือสังคมทำประโยชน์มาโดยตลอด แคมปัส-สตาร์ ขอแสดงความเสียใจกับทางครอบครัว และขอหยิบยกหลักการทำงานทรงคุณค่าของท่านมาให้ทุกคนได้อ่าน เพื่อนำไปปรับใช้ในการทำงาน การเรียนของตนเองกันค่ะ

7 หลักการทำงาน แบบอย่างที่ดี วิชัย ศรีวัฒนประภา

1. เรียนรู้ตัวเองว่าอะไรคือจุดแข็ง จุดอ่อน

คนเราเกิดมามี ลักษณะนิสัย พื้นเพ ความถนัด และความชอบส่วนตัวที่แตกต่างกัน จึงควรมีการลงทุนอย่างที่เป็นตัวของตัวเอง และมีการเรียนรู้ตัวเองว่า อะไรเป็นจุดแข็งอะไรเป็นจุดอ่อน แล้วควรเลือกวิธีการลงทุน ที่มีความสอดคล้องกับจุดแข็งของตัวเอง เหมือนกับทีมเลสเตอร์ ที่เลือกเล่นฟุตบอลในสไตล์ที่ตัวเองถนัด แม้ไม่สวยงาม ไม่ตื่นเต้นเร้าใจ แต่หากผลลัพธ์ออกมาดีเดี๋ยวก็ตื่นเต้นกันได้เอง ข้อนี้ชัดเจนมากครับ

2. รู้จักอดทน มุ่งมั่น

การทำธุรกิจต้องเจออุปสรรค ไม่ได้มีความราบรื่นตลอด อย่างคุณวิชัย เจอทั้งเรื่องสัมปทานขายสินค้าปลอดภาษี ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ อิทธิพล เล่ห์เลี่ยมของคนอื่นๆ สารพัด  มีอยู่ครั้งนึงที่พิสูจน์ให้เห็นว่าคุณวิชัยไม่ทิ้งลูกน้อง โดยเขาเคยให้สัมภาษณ์ในนิตยสารแพรวไว้ว่า “ผมเจอพิษการเมืองครั้งแรก เมื่อรัฐมนตรีที่กำกับดูแล ททท. จู่ๆ ก็ถาม ททท. ว่า ทำไมไม่ทำเอง เพราะคิง เพาเวอร์จะรวยเกินไป ผลคือ ททท.ไม่ต่อสัญญา บอกจะทำเองที่เวิลด์เทรด ผมบอกไม่เป็นไร แต่ต้องรับปากว่าจะช่วยเอาลูกน้อง 3-4 ร้อยคนไปด้วย เพราะเขามีประสบการณ์ และเขาไม่ผิด ถ้าคุณรับปาก ผมจะยอมถอยให้ ตอนแรกเขาตกลง ผมเลยกลับไปบอกลูกน้องว่าคุณไม่ตกงานแล้ว

… แต่สุดท้ายเขาก็เบี้ยวไม่ได้รับลูกน้องผม เป็นที่มาที่ผมต้องต่อสู้ เพื่อให้เขาเห็นว่าธุรกิจนี้ต้องอาศัยความเป็นมืออาชีพและต้องมีคอนเน็คชั่น รวมทั้งต้องมีความสามารถ ที่จะพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ฉะนั้นร้านที่มหาทุนพลาซ่าจึงยังคงดำเนินการต่อไป โดยผมทำให้เห็นกันไปเลยว่าแ ม้กระทั่งในวิกฤตที่เราไม่มีใบอนุญาตดิวตี้ฟรีก็ยังสามารถขายของในราคาปลอดภาษีได้ ถือเป็นช่วงล้มลุกคลุกคลานต้องขายของในราคาปลอดภาษี ได้กำไรน้อยลง บางชิ้นขายขาดทุนด้วย

3. ต้องรู้จักให้ผู้อื่นบ้าง

คุณวิชัยเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารแพรวฉบับที่ 841 ไว้ว่า เมื่อตอนยังเด็กที่ถูกส่งไปเรียนไต้หวัน พ่อแม่ส่งเงินให้ใช้อาทิตย์ละ 50 เหรียญ แต่เขาใช้วันเดียวหมด เพราะแจกจ่ายคนอื่นไปทั่ว เพราะเขาคิดว่าจะบริหารเงินอย่างไร ในตอนนั้นเขาคิดว่าการแชร์ความสุขให้คนอื่นๆ ด้วย จะทำให้เขาไม่จนตรอก เดี๋ยวมันจะกลับมาเอง แล้วเขาก็พบว่ามันจริง หลายครั้งเขาพบว่า เพราะการให้ของเขานี่แหละที่ทำให้ไม่เคยจนตรอกสักครั้ง

4. คอนเน็คชั่นคือใบเบิกทาง โดยมีความจริงใจเป็นรากฐาน

การเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ ทำให้คุณวิชัยมีเพื่อนเยอะ ธุรกิจดิวตี้ฟรี ส่วนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จก็เพราะมีคอนเน็คชั่นด้วย โดยคุณวิชัยมีหลักอยู่ว่าต้องทำให้เขาเชื่อถือ โดยความเชื่อถือนั้นก็ต้องมาจาก ความจริงใจ ตรงไปตรงมา ไม่เบี้ยว ไม่โกง พูดคำไหนคำนั้น ก็จะทำให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น แล้วก็จะทำให้มีคอนเน็คชั่นที่ดีได้

วิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าสัวหัวใจเพชร เจ้าของคิงพาวเวอร์

5. ถ้าคิดจะเป็นผู้นำต้องใส่ใจ

ธุรกิจของคุณวิชัยมีพนักงานมากมาย และการเป็นผู้นำที่จะให้ทุกคนเชื่อได้นั้น ต้องทำให้เขาเห็นว่า ไม่ว่าจะยามสุข หรือทุกข์  คุณวิชัยสามารถเป็นผู้นำเขาได้  ต้องทำให้ทุกคนเชื่อใจด้วยการใส่ใจ เขาจะแชร์ทั้งความสุข และเรื่องแย่ๆ และใส่ใจไปถึงพนักงานมีความเป็นอยู่อย่างไร ดูไปถึงครอบครัวของเขาด้วย พนักงานผมต้องมีบ้าน มีรถ มีทุกอย่างให้พอ ผมเชื่อว่า ถ้าเขาพอ เขาอิ่ม เขาจะไม่โกงเรา

6. รู้จักสังเกต และเรียนรู้เพิ่มเติม

ยกตัวอย่าง เรื่องของคุณวิชัยตอนที่ถูกส่งไปเรียนไต้หวัน ในตอนนั้น ไม่มีบินตรง ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง ตอนบินกลับไทย มักจะมีคนฝากซื้อของจากร้านปลอดภาษีที่ฮ่องกงทุกครั้ง เขาสังเกตว่า ทำไมในประเทศไทยไม่มีร้านปลอดภาษีแบบฮ่องกงบ้าง  จากนั้นมาโตขึ้นก็เดินทางบ่อยขึ้น มีโอกาสได้เห็นธุรกิจดิวตี้ฟรีจากทั่วโลก จึงมองว่าน่าสนใจทำเป็นธุรกิจ เพราะคนเดินทางชอบ และที่ไทยเองก็ยังไม่มี

7. เมื่อพบโอกาสจงรีบคว้า

คุณวิชัย เห็นโอกาสช่องทางเกี่ยวกับ ธุรกิจดิวตี้ฟรี และเห็นว่าที่ไทยยังไม่มีจึงมองว่าเป็นโอกาสดีที่น่ารีบคว้าไว้ และคุณวิชัยเผยว่า พื้นที่สนามบินดอนเมืองในตอนนั้น การบินไทยเป็นผู้ได้สัมปทาน ซึ่งเขาไม่ได้ทำจริงจัง เขาให้สัมปทานกับรายอื่นต่อซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านขายของที่ระลึก ในส่วนของแบรนด์เนม เขาก็เอาของเราไปขาย เรียกว่าส่งไปเท่าไหร่ก็ขายหมด ผมจึงคุยกับคนที่เช่าสัมปทานต่อว่า ทำไมไม่โน้มน้าวการท่าฯ (การท่าอากาศยาน หรือ ทอท.เจ้าของพื้นที่) ให้ทำเอง โดยผมจะนำโนว์ฮาวทั้งหมดมาถ่ายทอดให้ ซึ่งตอนนั้นผมทำดิวตี้ฟรีที่ฮ่องกงได้ 3-4 ปีแล้ว

“ผมยึดหลักว่า ทำธุรกิจอะไรแล้ว ถ้าไม่มีกำไร อย่าทำเลยดีกว่า” ..หลักการทำธุรกิจของคุณวิชัย

ขอบคุณที่มา และภาพจาก: นิตยสารแพรว ฉบับ 841 คอลัมน์ สัมภาษณ์ , taokaemai.com, leicesterth

บทความที่เกี่ยวข้อง