การสรงน้ำพระบรมศพ : พระที่นั่งพิมานรัตยา

Home / สาระความรู้ / การสรงน้ำพระบรมศพ : พระที่นั่งพิมานรัตยา

ธรรมเนียมการสรงน้ำพระบรมศพ ปรากฏหลักฐานในสมัยกรุงศรีอยุธยาจากคำให้การชาวกรุงเก่า อธิบายวิธีการไว้ดังนี้  … “เมื่อสมเด็จพระมหาธรรมราชา พระเจ้ากรุงศรีอยุธยาสวรรคต ได้จัดการพระบรมศพตามโบราณราชประเพณีดังนี้ คือ สรงน้ำชำระพระบรมศพสะอาดแล้ว ถวายพระสุคนธ์สรงพระบรมศพ แล้วเอาผ้าคลุมบรรทมมีลายริมเงินคลุมพระบรมศพไว้ จนถึงเวลาสรงพระบรมศพ ครั้นสรงเสร็จแล้วถวายภูษาอาภรณ์ทรงพระบรมศพ และทรงสังวาลและพระชฎา ประดิษฐานไว้ยังพระแท่นในพระมหาปราสาท”

การสรงน้ำพระบรมศพ

ข้อความนี้ยังทำให้เห็นว่าการสรงน้ำกับการถวายพระสุคนธ์ (เครื่องหอม) เป็นคนละขั้นตอน ที่กระทำกันโดยมาก ปรากฏแต่การถวายพระสุคนธ์เท่านั้น เช่นในคำให้การขุนหลวงหาวัด กล่าวถึงการสรงน้ำในงานพระบรมศพพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ว่า “ครั้นสรงน้ำหอมแล้วจึงทรงสุคนธรสและกระแจะจวงจันทน์ทั้งปวง” อีกทั้งอาจไม่มีการบันทึกรายละเอียดขั้นตอนทั้งหมด จึงทำให้ทราบแต่เพียงสิ่งที่ปรากฏในหลักฐานเท่านั้น อันที่จริงนั้นการสรงน้ำก็คือ การอาบน้ำให้กับผู้ล่วงลับ และขั้นตอนต่อมาก็เหมือนกับที่คนเป็นๆ กระทำกันคือ ใส่เครื่องหอม และแต่งตัวนั่นเอง

สำหรับพิธีของราชสำนักจะเตรียมการเมื่อเจ้านายสิ้นพระชนม์ลง ด้วยการจัดแต่งสถานที่และอุปกรณ์ต่างๆ ในด้านสถานที่คงเป็นไปตามความสะดวก และพระเกียรติยศ เช่น การสรงน้ำพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ เวลา ๔ โมงเช้า กระทำบนพระที่นั่งอัมพรสถานอันเป็นที่สวรรคตถึง ๒ ครั้ง ครั้งแรกให้ฝ่ายในสรงน้ำพระบรมศพ ประทับบนพระแท่นที่เคยบรรทม มีสมเด็จพระบรมราชเทวีประทับเป็นองค์ประธาน จากนั้นเจ้าพนักงานภูษามาลาได้เชิญพระบรมศพไปที่ห้องบรรณาคม จัดบรรทมบนพระแท่นทอง ที่นำมาจากพระบรมมหาราชวัง เพื่อให้พระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้าถวายน้ำสรงทั่วกัน

สถานที่สรงน้ำพระบรมศพในปัจจุบันใช้ พระที่นั่งพิมานรัตยา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อจากมุขกระสันพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทอดยาวไปทางทิศใต้ พระที่นั่งองค์นี้เคยใช้เป็นพระมณเฑียรบรรทมของสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า ในโอกาสที่เสด็จมาประทับ ณ หมู่พระมหาปราสาทนี้

และต่อมาได้ใช้เป็นที่สรงน้ำพระบรมศพอยู่หลายคราว ได้แก่ พระบรมศพสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมศพสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระบรมศพสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗ รวมไปถึงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  พระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

(คัดมาจากหนังสือ ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย เขียนโดย นนทพร อยู่มั่งมี. สำนักพิมพ์ มติชน. 2551)

content19

การถวายหน้ากากทองคำ และ หักพระสาง (หวี)

ในพิธีสรงน้ำพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ชั้นสูง

เฟซบุ๊ก “คลังประวัติศาสตร์ไทย” ได้เผยแพร่ “การถวายหน้ากากทองคำ และ หักหวี” ในพิธีสรงน้ำพระบรมศพ ระบุว่า ในการพระราชพิธีพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ชั้นสูงนั้น เมื่อมีการสวรรคต หรือ สิ้นพระชนม์ลง ก็จะมีการพระราชพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ ถวายเครื่องขาวทรงพระบรมศพ และถวายเครื่องบรมราชภูษิตาภรณ์อย่างเต็มที่ (เครื่องทรงพระบรมศพเต็มยศพระมหากษัตริย์ หรือ พระอัครมเหสี) จากนั้นเจ้าพนักงานถวายพระสาง (หวี) แก่องค์ประธานเพื่อทรงหวีพระเกศาพระบรมศพขึ้นหนึ่งครั้ง ลงหนึ่งครั้ง และขึ้นอีกหนึ่งครั้ง จากนั้นทรงหักพระสางวางที่พานซึ่งเจ้าพนักงานเชิญอยู่

การหักพระสางนี้เป็นปริศนาธรรมอย่างหนึ่ง … คือ เพื่อแสดงว่าไม่ต้องการความสวยงามใด ๆ อีกแล้ว หมดประโยชน์ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ต้องแต่งกายใด ๆ อีกแล้ว ครั้งพิธีสรงน้ำพระบรมศพพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ นั้น สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ผู้เป็นอัครมเหสีทรงเป็นผู้หักพระสางนี้เอง

จากนั้นเจ้าพนักงานจะถวายขี้ผึ้งแผ่จนเต็มพระพักตร์ และอุดพระทวารทั้งเก้า (สำหรับในอดีตที่ยังไม่มีการถวายยาฉีดฟอร์มาลิน) จากนั้นเจ้าพนักงานจะอัญเชิญ “พระสุพรรณจำหลักปริมณฑลฉลองพระพักตร์” หรือที่เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ แผ่นทองคำจำหลักลายปิดพระพักตร์ เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติพระบรมศพ เพื่อไม่ให้เห็นพระพักตร์หากพระบรมศพมีสภาพที่มิบังควรเห็น ซึ่งพระบรมศพพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ก็รับการถวายแผ่นพระพักตร์นี้ปิดที่พระพักตร์ตามโบราณราชประเพณีทุกอย่าง เพียงแต่พระศพไม่ได้ทรงพระชฎาห้ายอด ลงที่พระเศียร เพราะพระชฎาห้ายอดนี้ สำหรับพระบรมศพที่ลงประทับนั่งพระโกศ จึงทำได้เพียงอัญเชิญพระชฎาไว้ข้าง ๆ พระเศียร

พระที่นั่งพิมานรัตยา

เกี่ยวกับ พระที่นั่งพิมานรัตยา

.. เป็นพระที่นั่งก่ออิฐถือปูน ทาสีขาว ยกพื้นสูง มีเสาลอยรับหลังคาโดยรอบ พระที่นั่งองค์นี้เชื่อมต่อกับพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ด้วยห้องโถงที่เรียกว่า “มุขกระสัน” ลักษณะเป็นห้องโถงยาวทอดยาวไปทางทิศใต้ เป็นพระที่นั่งยกสูง มีระเบียง 3 ด้าน คือ ด้านทิศตะวันออก ตะวันตกและด้านทิศใต้ รอบระเบียงเป็นเสาราย มีหลังคาเป็นชั้นลด 3 ชั้น ทรงไทยมุงด้วย กระเบื้องเคลือบสี มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ประดับ หน้าบันจำหลักรูปพระพรหมทรงหงส์ ซุ้มพระทวารเป็นซุ้มเรือนแก้วลายดอกพุดตาน และซุ้มพระบัญชรเป็นซุ้มทรงบันแถลง ปิดทองประดับกระจก

พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

เป็นพระที่นั่งองค์ประธานของหมู่พระมหาปราสาท ใน พระบรมมหาราชวัง ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นกลาง ทางทิศตะวันตกของพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท มี พระที่นั่งพิมานรัตยา พระปรัศว์ซ้าย พระปรัศว์ขวา และ เรือนบริวาร หรือ เรือนจันทร์ ต่อเนื่องทางด้านหลังในเขตพระราชฐานชั้นใน พระที่นั่งองค์นี้ได้รับยกย่องว่าเป็นสถาปัตยกรรมชั้นเอกของกรุงรัตนโกสินทร์ และเป็นพระที่นั่งทรงไทยแท้องค์เดียว ในพระบรมมหาราชวัง โดยเฉพาะเรือนยอดพระมหาปราสาท (กุฎาคาร) มีรูปทรงต้องด้วยศิลปะลักษณะอันวิจิตรงดงาม

ที่มา https://www.silpa-mag.com/featured/article_3346 , วิกิพีเดีย

พระที่นั่งพิมานรัตยา สถานที่สรงน้ำพระบรมศพ (ภาพจาก สถาปัตยกรรมพระบรมมหาราชวัง เล่ม 2 สำนักราชเลขาธิการ,2531)