ประวัติศาสตร์ไทย พระบรมมหาราชวัง พระมหากษัตริย์ พระราชวัง พระราชวังฤดูร้อน พระราชวังหลวง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พิพิธภัณฑ์ วังหน้า

รวมข้อมูล-ภาพ พระราชวัง และวังในประเทศไทย | อดีต-ปัจจุบัน

Home / สาระความรู้ / รวมข้อมูล-ภาพ พระราชวัง และวังในประเทศไทย | อดีต-ปัจจุบัน

บทความนี้มีความรู้เกี่ยวกับ พระราชวัง ที่ประทับของพระมหากษัตริย์ ที่ในพระราชวังนั้นยังประกอบไปด้วย “เรือนตำหนัก” คือเรือนที่ประทับ รวมถึงตำหนักต่างๆ ที่มีในประเทศไทย  ในปัจจุบันวังหรือพระราชวังหลายแห่ง เปลี่ยนไปใช้เป็นพิพิธภัณฑ์หรือสำนักงานรัฐบาล หรือโรงแรม ไปแล้ว .. โดยวังใดจะเรียกว่าพระราชวังได้นั้น จะต้องมีพระบรมราชโองการสถาปนาขึ้นเป็น “พระราชวัง” เท่านั้น โดยในประเทศไทยมีพระราชวังและวัง ดังนี้

พระราชวัง และวัง พระตำหนักในไทย

“พระราชวัง”

พระบรมมหาราชวัง

พระบรมมหาราชวัง หรือพระราชวังพระนคร เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์สมัยรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่ที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร … ปัจจุบัน พระบรมมหาราชวัง เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับที่ 16 ของโลก โดยมีผู้เข้าเยี่ยมชมในปี พ.ศ. 2549 เป็นจำนวนถึง 8,995,000 คน / ข้อมูลเพิ่มเติม

พระราชวังสราญรมย์

พระราชวังสราญรมย์

พระราชวังสราญรมย์ เป็นวังที่ตั้งอยู่ระหว่างพระบรมมหาราชวัง กับวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ทางทิศตะวันออกของพระบรมมหาราชวัง สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยใช้เป็นที่ทำการของกระทรวงการต่างประเทศ และเป็นบ้านพักรับรองพระราชอาคันตุกะ โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเพื่อใช้เป็นที่ประทับ พระราชทานนามว่า สราญรมย์ แต่เสด็จสวรรคตก่อนที่จะสร้างเสร็จ / ข้อมูลเพิ่มเติม พระราชวังสราญรมย์ , บทความวังสราญรมย์เวทีการต่อสู้ทางการทูตของไทย , “วังสราญรมย์” ตอน 2 (ทัศนียภาพภายในที่สุดแสนสราญรมย์)

พระราชวังดุสิต

พระบรมรูปทรงม้าบริเวณลานพระราชวังดุสิต ในเวลากลางคืน

พระราชวังดุสิตได้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงบางส่วนเป็นที่ทำการของรัฐบาล ยังคงเหลือเพียงส่วนหนึ่งที่เป็นเขตพระราชวังที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คือ บริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน และที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในส่วนของพระที่นั่งอัมพรสถาน / ข้อมูลเพิ่มเติม พระราชวังดุสิต

พระราชวังโบราณ

สถานที่ภายในพระราชวังหลวงหรือพระราชวังโบราณ

สถานที่ภายในพระราชวังหลวง หรือ พระราชวังโบราณ

พระราชวังโบราณ จ.พระนครศรีอยุธยา : พระราชวังหลวงสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ปัจจุบัน เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

เมื่อ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยา ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1893 พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ สร้างพระที่นั่ง 3 องค์ ได้แก่ พระที่นั่งไพฑูรย์มหาปราสาท พระที่นั่งไพชยนต์มหาปราสาท และ พระที่นั่งไอศวรรย์มหาปราสาท ในเขตวัดพระศรีสรรเพชญ์ในปัจจุบัน และ ยังโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งมังคลาภิเษกมหาปราสาทและพระที่นั่งตรีมุขด้วย พระราชวังระยะแรกนี้ เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ 7 พระองค์ เป็นเวลา 98 ปี

ต่อมาในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงสร้างพระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์ขึ้นเป็นที่ประทับอีกองค์หนึ่ง ดังนั้นวังหลวงสมัยอยุธยาตอนปลายมี พระมหาปราสาทรวมทั้งสิ้น ๖ องค์ เป็นที่ประทับของ พระมหากษัตริย์ 10 พระองค์ เป็นเวลา 137 ปี จนเสียกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 2310 / ข้อมูลเพิ่มเติม พระราชวังโบราณ_อยุธยา

พระราชวังจันทรเกษม จ.พระนครศรีอยุธยา

วังหน้าสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี , ปัจจุบัน เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม

พระราชวังจันทรเกษม สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นประมาณปีพ.ศ.2120 ในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา เพื่อใช้เป็นที่ประทับของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยามเสด็จจากเมืองพิษณุโลก เพื่อมาเฝ้าพระราชบิดาที่กรุงศรีอยุธยา ต่อมาเมื่อตำแหน่งวังหน้าถูกสถาปนาขึ้นเป็น กรมพระราชวังบวรสถานมงคล พระราชวังแห่งนี้ก็ถูกใช้เป็นที่ประทับของวังหน้าเรื่อยมา นับตั้งแต่ สมเด็จพระเอกาทศรถ เจ้าฟ้าสุทัศน์ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ขุนหลวงสรศักดิ์ (พระเจ้าเสือ) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ กรมพระราชวังบวรมหาเสนาพิทักษ์

จุดที่ตั้งของพระราชวังแห่งนี้ นับเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของกรุงศรีอยุธยา เพราะตั้งอยู่บริเวณหัวรอ จุดที่บรรจบของแม่น้ำลพบุรีและแม่น้ำป่าสัก สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้ที่นี่เป็นกองบัญชาการรับศึกหงสาวดีเมื่อปี พ.ศ.2129 / ข้อมูลเพิ่มเติม พระราชวังจันทรเกษม , พระราชวังจันทรเกษม (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม) , วังจันทรเกษม มิวเซียมที่กรุงเก่า

พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จ.ลพบุรี

ประตูทางเข้าก่อนทาสีใหม่ ในปี 2553, หมู่ตึกพระคลังศุภรัตน์หรือหมู่ตึกสิบสองท้องพระคลัง,
ตึกเลี้ยงต้อนรับแขกเมือง, ภายใน พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ ธัญญมหาปราสาท ในปัจจุบัน

ปัจจุบัน เป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์

พระนารายณ์ราชนิเวศน์ เป็นพระราชวังที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2209 บนพื้นที่ 41 ไร่ ณ เมืองลพบุรี เพื่อใช้เป็นที่ประทับ ล่าสัตว์ ออกว่าราชการ และต้อนรับแขกเมือง พระองค์ทรงประทับ ณ พระราชวังแห่งนี้ประมาณ 8-9 เดือนในช่วงปลายรัชกาลและเสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งสุทธาสวรรค์ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2232

ภายหลังการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระนารายณ์ราชนิเวศน์ถูกทิ้งร้าง จนถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์โปรดให้บูรณะพระราชวังของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และสร้างพระที่นั่งขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2399 และพระราชทานนามว่า “พระนารายณ์ราชนิเวศน์” / ข้อมูลเพิ่มเติม พระนารายณ์ราชนิเวศน์

พระราชวังเดิม

พระราชวังกรุงธนบุรี มุมมองจากพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม

พระราชวังกรุงธนบุรี มุมมองจากพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม

พระราชวังหลวงสมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี ปัจจุบัน เป็นที่ตั้งกองบัญชาการกองทัพเรือ

พระราชวังกรุงธนบุรี หรือ พระราชวังเดิม เป็นพระราชวังหลวงในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ ในเขตที่เคยเป็นที่ตั้งของป้อมวิไชยเยนทร์ ที่สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตำแหน่งของพระราชวังเดิมเป็นจุดสำคัญทางยุทธศาสตร์ สามารถสังเกตการณ์ได้ในระยะไกล อีกทั้งยังใกล้กับเส้นทางคมนาคม และเส้นทางการเดินทัพที่สำคัญ

เดิมพระราชวังแห่งนี้มีอาณาเขต ตั้งแต่ป้อมวิไชยประสิทธิ์ ขึ้นมาจนถึงคลองเหนือวัดอรุณราชวราราม (คลองนครบาล) โดยรวมวัดแจ้ง (วัดอรุณราชวราราม) และวัดท้ายตลาด (วัดโมลีโลกยาราม) เข้าไปในเขตพระราชวังเดิม ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ ได้ทรงย้ายราชธานีมาอยู่ฝั่งพระนคร โดยสร้างพระบรมมหาราชวังขึ้นเป็นที่ประทับ พระราชวังกรุงธนบุรี (พระราชวังเดิม) จึงได้ชื่อว่า “พระราชวังเดิม” ตั้งแต่บัดนั้น

มาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) หลังจากสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงศ์ สิ้นพระชนม์ ทรงพระราชทานพระราชวังเดิมให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายเรือ ตามคำกราบบังคมทูลขอพระราชทานจากนายพลเรือตรี พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เมื่อ พ.ศ. 2449 หลังจากโรงเรียนนายเรือย้ายออกไปอยู่สัตหีบ และย้ายมาอยู่ที่สมุทรปราการ กองทัพเรือจึงได้ใช้ พระราชวังเดิมแห่งนี้เป็นที่ตั้งกองบัญชาการกองทัพเรือ / ข้อมูลเพิ่มเติม พระราชวังเดิม , รูปภาพ พระราชวังเดิม (พระราชวังกรุงธนบุรี)

พระราชวังบวรสถานมงคล

ปัจจุบัน เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

พระราชวังบวรสถานมงคล หรือ พระบวรราชวัง ตั้งอยู่ที่เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เป็นพระราชวังที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้า สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ซึ่งทรงดำรงพระอิสริยยศ กรมพระราชวังบวรสถานมงคลพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โปรดให้สร้างขึ้น โดยเริ่มสร้างพร้อม ๆ กับพระบรมมหาราชวังใน พ.ศ. 2325

การก่อสร้างพระราชวังแห่งนี้ใช้พื้นที่ตั้งแต่ทิศเหนือของวัดสลัก (ปัจจุบัน คือ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร) ขึ้นไปจรดคลองคูเมืองเดิม และได้ทำผาติกรรมที่ดินส่วนหนึ่งทางด้านเหนือของวัดสลัก เข้ามาเป็นเขตพระราชวังบวรสถานมงคลด้วย อาณาเขตของพระราชวังบวรสถานมงคลเดิมกว้างขวางมาก แต่ปัจจุบันได้ดัดแปลงส่วนหนึ่งเป็นสนามหลวง และถนน และเป็นที่ตั้งของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ โรงละครแห่งชาติ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ / ข้อมูลเพิ่มเติม พระราชวังบวรสถานมงคล , ภาพจาก writer.dek-d.com

พระราชวังบวรสถานพิมุข

ปัจจุบัน เป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลศิริราช

พระราชวังบวรสถานพิมุข หรือ วังหลัง คือ วังของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระอนุรักษ์เทเวศร์ กรมพระราชวังบวรสถานภิมุข ซึ่งทรงเป็นกรมพระราชวังบวรสถานภิมุขในรัชกาลที่ 1 สร้างขึ้นที่ตำบลสวนลิ้นจี่ ตั้งแต่เมื่อครั้งยังดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ ถือว่าเป็นพระราชนิเวศน์เดิมของพระองค์ท่าน พื้นที่ดังกล่าวนี้มีขอบเขตทางทิศเหนือจรดกำแพงเมืองธนบุรีเดิม ทางทิศใต้จรดฉางเกลือ / วังหลัง

พระราชวังปทุมวัน

ส่วนหนึ่งของพระราชวังปทุมวันและวัดปทุมวนาราม ถ่ายในสมัยรัชกาลที่ 4

ปัจจุบัน เป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2400 ตั้งอยู่ริมคลองแสนแสบใกล้กับวัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร แต่เดิมพื้นที่นี้เป็นนาหลวงเรียกว่า ทุ่งบางกะปิ มีบัวหลวงมากมาย เมื่อสร้างพระราชวังพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานนามว่า “พระราชวังปทุมวัน” วัตถุประสงค์ในการสร้างเพื่อเป็นที่เสด็จประพาส และให้เป็นที่พักผ่อนของประชาชน โปรดเกล้าฯ ให้ขุดสระใหญ่ ๒ สระติดต่อกัน สระด้านทิศเหนือเป็นที่เสด็จประพาส สร้างพลับพลาที่ประทับ มีพระที่นั่ง ๒ ชั้น สำหรับประทับแรม ที่ริมสระด้านตะวันตกให้สร้างวัดประจำพระราชวัง ชื่อว่าวัดปทุมวนาราม และให้อาราธนาพระสงฆ์ธรรมยุติกนิกายมาอยู่ตั้งแต่แรกสร้าง สระด้านใต้ให้ประชาชนไปเล่นเรือได้ ดินที่ขุดจากสระให้ทำเป็นเกาะใหญ่น้อยหลายเกาะ แล้วขุดคลองจากคลองแสนแสบมาเชื่อมสระ / พระราชวังปทุมวัน

พระจุฑาธุชราชฐาน

พระจุฑาธุชราชฐาน ตั้งอยู่ ณ เกาะสีชัง จ.ชลบุรี อดีตเคยเป็นพระราชวังฤดูร้อนในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากเหตุการณ์วิกฤต ร.ศ.112 ก็สิ้นสุดการเป็นเขตพระราชฐาน และมีหน่วยงานราชการต่าง ๆ มาขอใช้พื้นที่ … ปัจจุบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขอใช้พื้นที่บางส่วนเพื่อเป็นสถานีวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเลและศูนย์ฝึกนิสิต และทำหน้าที่ดูแลรักษาพระจุฑาธุชราชฐานไปในคราวเดียวกัน / ภาพจาก พระจุฑาธุชราชฐาน พระราชวังแห่งเดียวในไทยที่สร้างอยู่บนเกาะ!

พระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม

พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ในพระราชวังสนามจันทร์

พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ในพระราชวังสนามจันทร์

ปัจจุบัน เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พื้นที่บางส่วนเป็น มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์

พระราชวังสนามจันทร์เป็นพระราชวังที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นบนบริเวณที่คาดว่าเป็นพระราชวังเก่าของกษัตริย์สมัยโบราณที่เรียกว่า”เนินปราสาท” เพื่อเป็นสถานที่ประทับครั้งมานมัสการพระปฐมเจดีย์ และเมื่อบ้านเมืองถึงยามวิกฤต

พระราชวังใช้เวลาก่อสร้างนาน 4 ปี โดยมี หลวงพิทักษ์มานพ (น้อย ศิลปี) ซึ่งต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯ เลื่อนยศเป็นพระยาวิศุกรรมศิลปประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี) เป็นแม่งาน และสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2450 เมื่อสร้างแล้วเสร็จจึงได้พระราชทานนามว่า “พระราชวังสนามจันทร์” ตามชื่อสระน้ำโบราณหน้าโบสถ์พราหมณ์ (ปัจจุบันไม่มีโบสถ์พราหมณ์เหลืออยู่แล้ว) “สระน้ำจันทร์” หรือ “สระบัว” / ข้อมูลเพิ่มเติม พระราชวังสนามจันทร์ ,  พระราชวังสนามจันทร์ News.mthai.com , ภาพปก พระราชวังสนามจันทร์ www.hieristhailand.nl

พระราชวังพญาไท

พระราชวังพญาไท

ปัจจุบัน อยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และจัดเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม

พระราชวังพญาไท หรือ วังพญาไท ตั้งอยู่ที่ริมคลองสามเสน ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น พระราชทานนามให้ว่า “พระตำหนักพญาไท” หรือ “วังพญาไท” ต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นพระราชวังพญาไทในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระราชวังบางปะอิน

ดูข้อมูล พระราชวังบางปะอิน เพิ่มเติม www.emagtravel.com/archive/bangpain-palace , พระราชวังบางปะอิน วิกิพีเดีย

จ.พระนครศรีอยุธยา : ปัจจุบัน พระราชวังบางปะอินอยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวัง และยังใช้เป็นสถานที่แปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงประกอบพระราชพิธีสังเวยพระป้าย แต่ได้เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมได้ โดยต้องแต่งกายให้สุภาพ

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

จ.เพชรบุรี : ปัจจุบัน เป็นที่ตั้งของค่ายพระรามหกและเปิดให้ประชาชนได้เข้าชม

พระราชวังปฐมนคร

จ.นครปฐม : ปัจจุบัน เหลือแต่ฐาน

พระราชวังริมน้ำเมืองราชบุรี

ปัจจุบันรื้อถอนลงแล้ว กลายเป็นพื้นที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี

พระราชวังริมน้ำเมืองราชบุรี เป็นพระราชวังที่สร้างตรงที่พลับพลาเดิม ( พลับพลานี้สร้างสำหรับเป็นที่ประทับในเวลาเสด็จประพาสหัวเมืองชายทะเล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยประทับครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๘ ) ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัว อยู่ทางฝั่งตะวันตกตรงข้ามกับตัวเมืองราชบุรี ได้ก่อกำแพงล้อมรอบและสร้างพระที่นั่งทำเป็นตึกหลังใหญ่ อยู่กลางสวนหลังหนึ่ง แต่ยังสร้างไม่เสร็จ ครั้นเมื่อได้จัดตั้งกองทหารขึ้น ทรงเห็นความจำเป็นในทางทหารมากกว่าพระองค์ จึงโปรดให้ใช้เป็นโรงทหารอยู่ระยะหนึ่ง จนกระทั่งทางทหารได้จัดสร้างที่ขึ้นใหม่ และย้ายไปอยู่ ณ ที่ซึ่งสร้างขึ้นใหม่นั้นแล้ว จึงพระราชทานพระราชวังนี้ให้แก่ตำรวจต่อไป และปรากฏว่าทางตำรวจได้ใช้เป็นสถานีตำรวจภูธรประจำจังหวัดราชบุรีเรื่อยมาจวบจนปัจจุบันนี้ / ข้อมูลเพิ่มเติม

พระราชวังเมืองสมุทรปราการ

พระราชวังสมุทรปราการ สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยทรงโปรดฯ ในการเสด็จประพาสเมืองปากน้ำ(สมุทรปราการในปัจจุบัน) เพราะมีหาดทรายขาว ลำน้ำสงบนิ่ง มีธรรมชาติของแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยงาม (ครั้งยังไม่มีเรือใหญ่แล่นผ่าน) และที่สำคัญที่สุด คือ พระสมุทรเจดีย์ โดยเสด็จลงเรือข้ามจากฝั่งอำเภอเมือง ไปนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์หลายครั้ง บันทึกในพงศาวดารยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ทรงปฏิบัติเช่นว่านี้มาตั้งแต่ครั้งยังทรงผนวช เมื่อทรงขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำริในการปฏิสังขรณ์องค์พระสมุทรเจดีย์ให้ยิ่งใหญ่ด้วยความสูงถึง ๑๙ วา ๒ ศอก ครอบองค์พระเจดีย์ดั้งเดิมที่ก่อสร้างมาแต่สมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ระหว่างการปรับปรุงพระสมุทรเจดีย์ขึ้นใหม่นี้เอง พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวัง เพื่อทรงเตรียมไว้เป็นที่ประทับ ในยามเสด็จมาตรวจสอบความคืบหน้าของโครงการ พระราชวังใหม่สร้างขึ้นที่ฝั่งตัวเมือง (ฝั่งตลาด) ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีอาณาเขตตั้งแต่บริเวณถนนด่านเก่า ไปจรดพื้นที่รอบตลาดวิบูลย์ศรีในปัจจุบัน ทรงใช้โอกาสในวันสมโภชพระสมุทรเจดีย์องค์ใหม่ พระราชทานนามว่า “พระราชวังสมุทรปราการ

พระราชวังรัตนรังสรรค์

พระราชวังรัตนรังสรรค์ เป็นพระราชวังที่จัดสร้างขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์การเสด็จประทับแรมจังหวัดระนอง ของพระมหากษัตริย์ 3 พระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 (พ.ศ.2433) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 (พ.ศ.2452) และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 (พ.ศ.2471) และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดระนอง

พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขารัตนรังสรรค์ (ใกล้ศาลากลางจังหวัดระนอง)ตำบลเขานิเวศน์ เป็นพระราชวังที่ทำด้วยไม้สักและไม้ตะเคียนทอง สิ่งที่จัดแสดงภายในพระราชวังฯ ได้แก่ ห้องบรรทมพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ชั้น 3)ห้องพระราชินี (ชั้น 2) มีจำนวน 6ห้อง อาคารทรงแปดเหลี่ยม อาคารท้องพระโรง สะพานเชื่อมอาคารที่ประทับกับอาคารแปดเหลี่ยม / ข้อมูลเพิ่มเติม พระราชวังรัตนรังสรรค์ , ดูภาพ พระราชวังรัตนรังสรรค์ , อนุสาร อสท

พระรามราชนิเวศน์ / วังบ้านปืน

พระรามราชนิเวศน์ / วังบ้านปืน

พระรามราชนิเวศน์ หรือ วังบ้านปืน ตั้งอยู่ที่เขตบ้านปืน ริมแม่น้ำเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี เป็นประทับแปรพระราชฐานที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อเสด็จประพาสจังหวัดเพชรบุรี โดยมีนายคาร์ล ดอห์ริง สถาปนิกชาวเยอรมนีเป็นผู้เขียนแบบ, ดร.ไบเยอร์ ชาวเยอรมนี เป็นนายช่างก่อสร้าง, พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ (พระยศขณะนั้น) ทรงควบคุมการก่อสร้าง, และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมขุนนครสวรรค์วรพินิต (พระยศขณะนั้น) ทรงควบคุมด้านการไฟฟ้า

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2453 / ข้อมูลเพิ่มเติม , พระราชวังบ้านปืน วังอันงดงาม

พระราชวังสวนหลวง / วังหลัง

พระราชวังสวนหลวง / วังหลัง

พระราชวังสวนหลวง หรือ วังหลัง ตั้งอยู่ริมวัดสบสวรรค์ ตำบลท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระราชวังที่ปรากฏหลักฐานตามพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ 5 เรื่องอุปราชาภิเษกกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ สันนิษฐานได้ว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช เพื่อให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเอกาทศรถ พร้อมกับการสร้างพระราชวังจันทรเกษมเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวร เพราะอยู่ด้านหลังพระราชวังหลวง จึงเรียกว่าวังหลังแต่นั้นมา

ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์นั้นปรากฏว่าทรงโปรดฯ ให้พระไตรภูวนาถทิตยวงศ พระราชอนุชา ประทับอยู่ที่วังหลัง แต่หาได้เพิ่มยศศักดิ์อย่างใดไม่ ครั้นถึงรัชกาลสมเด็จพระเพทราชาทรงโปรดเกล้าฯ ให้นายจบคชประสิทธิ์ผู้เป็นหลานเป็นเจ้าชั้นสูงรองแต่พระมหาอุปราชลงมา ให้อยู่วังหลัง แล้วขนานนามว่า กรมพระราชวังบวรสถานพิมุข จึงเกิดนามเรียกวังหลังว่า พระราชวังบวรสถานพิมุข แต่นั้นสืบมา / ข้อมูลเพิ่มเติมพระราชวังสวนหลวง , ททท

พระบวรราชวังสีทา

พระบวรราชวังสีทา ตั้งอยู่ที่ ต.สองคอน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ประวัติพระราชวังแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างที่ริมแม่น้ำป่าสักฝั่งตะวันตก ณ ตำบลบ้านสีทา ในแขวงจังหวัดสระบุรีสร้างคราวเดียวกับเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงสร้างพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ที่เมืองลพบุรี

มูลเหตุเกิดแต่คราวหาที่สร้างราชธานีสำหรับเวลาสงครามดังกล่าวมานั้น ได้โปรดให้พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ เสด็จไปตรวจเมืองนครราชสีมา ทรงเห็นภูมิลำเนากันดารไม่เหมาะ มาโปรดที่เขาคอก ในแขวงจังหวัดสระบุรี ว่าเหมือนเป็นป้อมอยู่โดยธรรมชาติจึงสร้างที่ประทับขึ้น ณ ตำบลบ้านสีทา อันอาจไม่มาถึงเขาคอกได้สะดวก แล้วเสด็จประทับ ณ ที่นั่น เพื่อตกแต่งเขาคอกไว้เป็นป้อมปราการสำหรับต่อสู้ข้าศึกแห่งหนึ่ง

ปัจจุบันบ ริเวณซึ่งที่เคยเป็นพระราชวังกลับเป็นบ้านราษฎร ประกอบอาชีพ ทำไร่ปลูกข้าวโพด มีการไถทำลายซากเดิมแทบจะสังเกตไม่ออก ต่อมากำนัน สุพัฒน์ ฤทธิ์จำปา กันเอาไว้เป็นที่สาธารณะประมาณ 4 ไร่เศษ บริเวณนี้ปรากฏเป็นชานประตูก่ออิฐฉาบปูน มีรอยวางแผ่นกระดานทำสะพานยื่นไปยังบึงน้ำ ชาวบ้านเรียกว่า “บึงตลาดไชย” ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของตัววังสีทา ห่างประมาณ 100 เมตรเศษ เล่ากันว่าทรงให้ใช้เป็นที่ประทับสรงน้ำจากบึงแห่งนี้ และเป็นที่ชุมนุมเหล่าสนมกำนัลนางฝ่ายใน เมื่อคราวเสด็จมาพักแรมในฤดูร้อนทุกๆ ปี และยังมีลูกๆ หลานๆ เหล่าสนมสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ อยู่เล่าสืบกันว่าสนมของพระองค์ทุกนางเก่งในทางแอ่วลาวมากที่สุด จนกระทั่งพระองค์เองสามารถเป่าแคนและแอ่วลาวได้ ถึงกับทรงพระราชนิพนธ์กลอนลำแอ่วลาวไว้หลายเล่มสมุดไทย คงเหลือปรากฏอยู่ในหอสมุดแห่งชาติ จนถึงทุกวันนี้ / ข้อมูลเพิ่มเติม พระบวรราชวังสีทา , ททท.

พระราชวังจันทน์

พระราชวังจันทน์ ตั้งอยู่ติดกับ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กองทัพภาคที่ 3 ถนนวังจันทน์ ตำบลในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นที่ตั้งศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในอดีตยังเคยเป็นที่ตั้งของโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม

ปัจจุบัน กรมศิลปากร ได้เข้ามาทำการบูรณะ ค้นหาแนวเขตพระราชวังจันทน์ ระยะที่ 1 เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว / ข้อมูลเพิ่มเติม พระราชวังจันทน์ , ตามรอยพระราชวังจันทน์ ราชสำนักเมืองพิษณุโลก

/////

“วัง” ในประเทศไทย

วัง หรือ พระราชวัง เป็นคำที่ใช้สำหรับสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ แต่ไม่จำเป็นต้องใหญ่มากในตัวเมือง ที่สร้างสำหรับเจ้านาย หรือผู้มีตระกูล ในปัจจุบันวังหรือพระราชวังหลายแห่งเปลี่ยนไปใช้เป็นพิพิธภัณฑ์หรือสำนักงานรัฐบาล หรือโรงแรม

วังสระปทุม

วังสระปทุม

รายชื่อวังอื่นๆ ในประเทศไทย

วังสระปทุม • วังเกษมสันต์ • วังขาว • วังเขียว • วังคลังสินค้า • วังคลองตลาด • วังคลองเตย • วังคันธวาส • วังจักรพงษ์ • วังจันทรเกษม • วังชิดลม • วังไชยา • วังดินสอ • วังตรอกสาเก • วังตลาดน้อย • วังถนนพระอาทิตย์ • วังทวีวัฒนา • วังท่าพระ • วังท่าพายัพ • วังท้ายหับเผย • วังเทวะเวสม์ • วังเทเวศร์ • วังนฤมล • วังนางเลิ้ง • วังบางขุนพรหม • วังบางคอแหลม • วังบางพลู • วังบ้านดอกไม้ • วังบ้านปูน • วังบ้านหม้อ • วังบูรพาภิรมย์ • วังประมวญ • วังปากคลองตลาด • วังปารุสกวัน • พระกรุณานิเวศน์ • วังพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ • วังพระอาทิตย์ • วังเพชรบุรี • วังเพ็ชรบูรณ์ • วังโพธิยายรด • วังมหานาค • บ้านมะลิวัลย์ • วังมังคละ • วังไม้ • วังรพีพัฒน์ • วังรังสิต • วังรัตนาภา • วังราชทัต • วังริมคลองภาษีเจริญ • วังริมป้อมพระสุเมรุ • วังรื่นฤดี • วังลดาวัลย์ • วังละโว้ • วังลักษมีวิลาศ • วังวรจักร • วังวรดิศ • วังวรวรรณ • วังวัชรีวงศ์ • วังวาริชเวสม์ • วังวิทยุ • วังวินด์เซอร์ • วังศุโขทัย • วังสงัด • วังสรรพสาตรศุภกิจ • วังสะพานขาว • วังสะพานช้างโรงสี • วังสะพานเสี้ยว • วังสามเสน • วังสามยอด • วังสวนบ้านแก้ว • วังสวนปาริจฉัตก์ • วังสวนผักกาด • วังสวนมังคุด • วังสวนสุนันทา

/////

“พระตำหนัก”

ตำหนัก หมายถึง เรือนที่อยู่ของเจ้านาย หรือกุฏิของสมเด็จพระสังฆราช กรณีที่เป็นเรือนของเจ้านายชั้นสูงจะใช้คำว่า พระตำหนัก

ตำหนักในประเทศไทย

พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ • พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ นราธิวาส • พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ เชียงใหม่ • พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ สกลนคร • พระตำหนักสิริยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา • พระตำหนักเลอดิศ • พระตำหนักวิลล่าวัฒนา •  พระตำหนักจักรีบงกช จังหวัดปทุมธานี • พระตำหนักพัชราลัย • พระตำหนักประถม นนทบุรี ในสมเด็จเจ้าฟ้าจุธาธุชธราดิล กรมขุนเพชรบูรณ์อินทราชัย • พระตำหนักสมเด็จ วังบางขุนพรหม • พระตำหนักพระราชชายาเจ้าดารารัศมี
• พระตำหนักดาราภิรมย์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ • พระตำหนักแพ วังเลอดิส • พระตำหนักสวนปทุม • พระตำหนักพิมานมาศ ชลบุรี• พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ พระราชวังสนามจันทร์ • • พระตำหนักดอยตุง จังหวัดเชียงราย • พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังค์

พระตำหนักเขาน้อย จ.สงขลา

พระตำหนักเขาน้อย จ.สงขลา

พระตำหนักกว๊านพะเยา • พระตำหนักกองบิน 41 • พระตำหนักเกาะสีชัง • พระตำหนักเขาค้อ • พระตำหนักเขาน้อย • พระตำหนักเขียว • พระตำหนักประทับแรมเขื่อนห้วยเสนง • พระตำหนักเขื่อนห้วยหลวง • พระตำหนักคลองหอยโข่ง • พระตำหนักคำหยาด • พระตำหนักจักรีบงกช • พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน • พระตำหนักดอยตุง • พระตำหนักดาราภิรมย์ • พระตำหนักในพระราชวังดุสิต • ตำหนักตะพานเกลือ • ตำหนักทอง • พระตำหนักทะเลน้อย • พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ • ตำหนักทิพย์ • พระตำหนักทิพย์พิมาน • พระตำหนักทุ่งกระมัง • เรือนทูลกระหม่อมมหิดลประทาน • พระตำหนักธงน้อย • พระตำหนักธารเกษม • พระตำหนักนนทบุรี • ตำหนักประถม-นนทบุรี • พระตำหนักประทับแรมอำเภอปากพนัง • พระตำหนักปางตอง • พระตำหนักพัชราลัย • พระตำหนักพิมานมาศ • พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ • พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ • พระตำหนักภูพิมาน • พระตำหนักภูฟ้า • พระตำหนักภูหลวง • พระตำหนักมหาราช-พระตำหนักราชินี • พระตำหนักม่อนจ๊อกป๊อก • พระตำหนักเมืองนคร • พระตำหนักระยอง • พระตำหนักริมน้ำน่าน • พระตำหนักริมผา • พระตำหนักเลอดิส • พระตำหนักเวียงเหล็ก • พระตำหนักสวนรื่นฤดี • พระตำหนักสระยอ • พระตำหนัก 3 จั่ว • พระตำหนักสิริยาลัย • พระตำหนักสุขทาลัย • พระตำหนักหนองประจักษ์ • พระตำหนักหาดเจ้าสำราญ • พระตำหนักอรอาสน์ • พระตำหนักอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ • พระตำหนักไอยรา • พระตำหนักเอื้องเงิน

/////

เรือนรับรอง

รายชื่อเรือนรับรองในประเทศไทย

เรือนรับรองที่ประทับกองบิน 23 • เรือนรับรองที่ประทับเขื่อนจุฬาภรณ์ • เรือนรับรองที่ประทับเขื่อนบางลาง • เรือนรับรองที่ประทับเขื่อนภูมิพล • เรือนรับรองที่ประทับเขื่อนรัชชประภา • เรือนรับรองที่ประทับเขื่อนวชิราลงกรณ์ • เรือนรับรองที่ประทับเขื่อนศรีนครินทร์ • เรือนรับรองที่ประทับเขื่อนสิริกิติ์ • เรือนรับรองที่ประทับเขื่อนสิรินธร • เรือนรับรองที่ประทับเขื่อนอุบลรัตน์ • เรือนรับรองที่ประทับค่ายกาวิละ • อาคารที่ประทับรับรองบ่อน้ำมันฝาง • เรือนประทับรับรอง (บ้านขุนดง/บ้านขุนไพร/บ้านสิมิลัน) • เรือนที่ประทับโป่งแดง • เรือนพลับพลาเขาดอกไม้ • เรือนรับรองที่ประทับภูฝอยลม • เรือนรับรองที่ประทับภูเรือ • เรือนรับรองที่ประทับสำนักชลประทานที่ 1 • เรือนรับรองที่ประทับสำนักชลประทานที่ 6 • เรือนรับรองเหมืองผาแดง • เรือนรับรองที่ประทับแหลมหางนาค • เรือนที่ประทับอ่าวดงตาล

เรือนรับรองพิเศษ กฟผ. ที่ประทับทรงงานของในหลวง

/////

พลับพลาที่ประทับ

พลับพลาที่ประทับรัชกาลที่ 7 • พลับพลาที่ประทับทรงงานที่อุทยานแห่งชาติภูผายล • พลับพลาที่ประทับและศาลาเฉลิมพระเกียรติแหลมผักเบี้ย

/////

สถานที่อื่น

พระจุฑาธุชราชฐาน • อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี

/////

ข้อมูลอื่นๆ น่าสนใจ

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

พระที่นั่ง

พระที่นั่ง มีหลายความหมาย ความหมายแรกนั้น หมายถึง เรือนที่ประทับหรือที่สำหรับทรงงานสำหรับพระเจ้าแผ่นดิน ทั้งประเภทเรือนยอด (หรือที่เรียกว่าปราสาท) และเรือนหลังคาจั่ว พระที่นั่งเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ รวมทั้งสถานที่ภายในองค์ปราสาทที่ใช้สำหรับประกอบกิจต่าง ๆ หรืออาจหมายถึง พระราชอาสน์หรือที่นั่งที่มีชื่อเฉพาะในแต่ละองค์ โดยถ้าใช้คำว่าพระที่นั่งประกอบกับคำอื่น ๆ ก็มีความหมายว่าเป็นพาหนะที่จัดเฉพาะพระเจ้าแผ่นดินหรือพระราชวงศ์ชั้นสูง เช่น รถพระที่นั่ง เรือพระที่นั่ง

ปราสาท

คือสิ่งก่อสร้างที่ใช้ในการป้องกันข้าศึกซึ่งเป็นสัญลักษณ์หลักของสมัยกลาง ความหมายของคำว่าปราสาทยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักวิชาการถึงความหมายที่แท้จริง แต่โดยทั่วไปแล้วปราสาทมีความหมายต่างจากคำว่า “ป้อม” (fort) และ “ป้อมปราการ” (fortress) ตรงที่ปราสาทเป็นที่ประทับหรือที่พำนักของพระมหากษัตริย์หรือขุนนางในบริเวณที่เป็นจุดที่ต้องมีการป้องกันจากข้าศึก

ที่มา รายชื่อพระราชวังและวังในประเทศไทย , พระที่นั่งในประเทศไทย , ตำหนัก , พระราชวังเดิม , ปราสาท , เมืองโบราณ , กรมศิลปากร

บทความแนะนำ