12 เรื่องเล่าจากแอร์โฮสเตส เกี่ยวกับการเดินทางด้วยเครื่องบิน ที่คุณรู้แล้วจะต้องตกใจ!!

Home / เรื่องทั่วไป / 12 เรื่องเล่าจากแอร์โฮสเตส เกี่ยวกับการเดินทางด้วยเครื่องบิน ที่คุณรู้แล้วจะต้องตกใจ!!

ไม่มีใครจะรู้เรื่องเกี่ยวกับเครื่องบินได้ดีไปกว่าพนักงานสายการบินจริงไหม และนี่ก็เป็นความจริงที่พนักงานสายบินได้มาบอกเล่าให้เราเหล่าผู้โดยสารฟังกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่นั่ง ความสะอาดบนเครื่อง ความปลอดภัยบนเครื่อง และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเราควรที่จะทำอย่างไร ฯลฯ ตามมาดูกันเลย 13 เรื่องที่จริงจากแอร์โฮสเตสและพนักงานบนเครื่องบิน ที่อยากจะบอกให้เราได้รู้กัน

12 เรื่องเล่าจากแอร์โฮสเตส

1. เราไม่มีทางเปิดประตูเครื่องบินได้

Annette Long แอร์โฮสเตสสาวสายการบินแห่งหนึ่ง ผู้ที่ทำงานทางด้านแอร์โฮสเตสมาแล้วกว่า 13 ปี ได้กล่าวว่า “การเปิดประตูระหว่างที่เครื่องบินกำลังบินอยู่นั้น มันแทบที่จะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะมันข้อห้ามสำคัญมากที่จะไม่ให้ผู้ใดสามารถเปิดประตูได้ แต่ทั้งนี้ก็ยังมีผู้โดยสารบางคนพยายามลองที่จะทำมันให้ได้ ซึ่งการทำแบบนี้ทำให้บางครั้งนักบินต้องทำการลงจอดฉุกเฉิน เพื่อนำตัวผู้โดยสารคนนั้นออกไปจากเครื่องบิน” (เมื่อแอร์โฮสเตสเจอเหตุการณ์แบบนี้ เราไม่สามารถที่จะตัดสินใจเองได้ เราจะต้องนำเรื่องไปรายงานแก่กัปตันของเครื่อง แล้วเขาก็จะบอกกับเราว่าเราควรทำอย่างไร

2. เครื่องบินไม่ได้สะอาดอย่างที่คุณคิด!

ก็เพราะว่าผู้โดยสารบางคนก็เปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กบนโต๊ะวางถาดอาหาร ถึงแม้ว่าจะได้รับการทำความสะอาดแล้วก็ตาม แต่อย่าลืมนะว่าเราใช้ผืนเดียวกับการเช็ดเก้าอี้และเบาะแทบทุกตัวบนเครื่องบิน (มีสถิติที่ได้รับการยืนยันมาว่า โต๊ะวางถาดอาหารเป็นที่มีความสะอาดน้อยที่สุดบนเครื่องบิน) นอกจากนี้ยังมีคนเข้าห้องน้ำด้วยเท้าเปล่าและทิ้งคราบไว้ ทำให้บางครั้งเกิดอุบัติหตุได้เหมือนกัน ดังนั้นจึงทำให้แอร์โฮสเตสหลายๆ คนบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าบนเครื่องไม่ได้สะอาดเสมอไป อย่างที่เราคิดกัน

12 เรื่องเล่าจากแอร์โฮสเตส

3. เราสามารถนำมือถือขึ้นเครื่องได้

ถืงแม้ว่าเราจะสามารถนำมือถือขึ้นบนเครื่องบินได้ แต่ก็ไม่ใช้ทุกยี่ห้อหรือทุกรุ่นเสมอไป เพราะ Samsung Galaxy Note 7 เป็นมือถือที่ไม่สามารถนำเครื่องบินได้ เราคงจะเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับโทรศัพท์ที่ระเบิดในช่วปีที่ผ่านๆ มา และนี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เราไม่สามารถนำ Samsung Galaxy Note 7 ขึ้นเครื่องบินได้ ทั้งนี้ขณะที่เครื่องกำลังขึ้นบินอยู่นั้นเราก็ไม่สามารถที่จะใช้โทรศัพท์ได้ เพราะมันจะไปรบกวนสัญญาณขณะบินของเครื่องบินนั่นเอง

4. พนักงานต้อนรับบนเครื่อง ได้ค่าตอบแทนเฉพาะเวลาบินเท่านั้น

รู้หรือไม่ว่า.. พวกเขาจะไม่ได้รับค่าจ้างเต็มเวลาหรอก โดยที่พวกเขาจะได้ค่าจ้างเฉพาะเวลาที่เครื่องบินออกบินเท่านั้น เช่น ในวันนี้คุณทำงานทั้งหมด 12 ชั่วโมง แต่คุณจะได้รับค่าชั่วโมงบินแค่หกชั่วโมงเท่านั้น นอกจากนี้ในเรื่องของสวัสดิการของพวกเขาก็ยังได้ไม่ครอบคลุมอาการบาดเจ็บที่จะได้รับจากการยกกระเป๋าหนักๆ ขึ้นไว้บนช่องเก็บของอีกด้วย

5. บินรอบเช้า ทำให้เราสามารถหลีกเลี่ยงเครื่องดีเลย์ได้มากกว่า

อดีตพนักงานบริการลูกค้าของท่าอากาศยานเทรวิสโอนีล ได้เล่าว่า “เป็นเรื่องที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าการเดินทางในรอบดึก เราจะมีโอกาสเจอกับเครื่องบินดีเลย์ได้มากกว่าในรอบเช้า”

6. เกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้โดยสารสามารถช่วยแอร์โฮสเตสได้หรือไม่

ตามที่พนักงานตอนรับหรือแอร์โฮสเตสบนเครื่องบินได้รับการอบรมมาในกรณีฉุกเฉิน ให้ขอความช่วยเหลือจากผู้โดยสารผู้ชายเพื่อให้เขาทำการเปิดประตูฉุกเฉินให้ได้ ดังนั้นเมื่อเวลาที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์อันตรายก็อย่า!! ตกใจไป เมื่อมีแอร์โฮสเตสมาขอความช่วยเหลือ

7. การไปรับกระเป๋าคนสุดท้าย ทำให้หาง่ายกว่า

หนึ่งในพนักงานของสนามบินได้กล่าวไว้ว่า การที่เรารีบออกมาจากเครื่องแล้วตรงไปยังที่รับสัมภาระหรือกระเป๋าก็ทำให้เราจะต้องรอนานได้ เพราะบางทีพนักงานอาจจะยังไม่ได้โหลดกระเป๋าของเราขึ้นมาก็ได้ หรือบางทีก็อาจจะทำให้เราลืมเช็คว่ามีความเสียหายเกินขึ้นกับกระเป๋าของเราหรือเปล่า ทางที่ดีเราควรที่จะออกจากเครื่องมาเป็นคนท้ายๆ เพราะยังไงกระเป๋าก็ยังจะคงวนลูปต่อไปอยู่ดี และจะได้มีเวลาตรวจสอบกระเป๋าได้อย่างละเอียดอีกด้วย

8. ห้ามนำแอลกอฮอล์ขึ้นเครื่องบิน

เพื่อความปลอดภัยขณะบิน พนักงานต้อนรับบนเครื่องจะต้องรู้ว่าเราดื่มไปเยอะหรือไม่ หรือดื่มอะไรไปบ้างก่อนที่จะมาขึ้นเครื่อง เพื่อที่พนักงานต้อนรับจะได้ทำการประเมินว่าควรทำอย่างไรดี

9. บางครั้งเราอาจจะต้องนั่งข้างศพ

เราอาจจะเคยได้ยินกันบ้างว่าถ้ามีใครเสียชีวิตบนเครื่องบิน พนักงานบนเครื่องจะต้องทำตามมาตรการฉุกเฉิน นั่นก็คือจัดที่นั่งให้กับผู้ตายคนนั้นให้ดีที่สุด เช่น ให้นั่งบริเวณที่ไม่มีผู้โดยสาร หรือแถวสุดท้ายที่ปลอดคน จนกระทั่งเครื่องบินลงจอดแล้ว จึงทำการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเขาได้เสียชีวิตแล้ว ฯลฯ

12 เรื่องเล่าจากแอร์โฮสเตส

10. มีกฏเกี่ยวกับการแต่งกายขึ้นเครื่องบิน

บางสายการบินอาจจะมีการสั่งห้ามไม่ให้ผู้โดยสารที่สวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสมหรือที่ดูแล้วน่าอึดอัดเกินไปขึ้นเครื่อง ซึ่งนั้นก็อาจจะทำให้ผู้โดยสารบางคนรู้สึกไม่พอใจได้ ดังนั้นก่อนขึ้นเครื่องบินเราก็ควรที่จะตรวจเช็คในเรื่องนี้ให้ดีเสียก่อนอีกด้วย

11. ระวังโดนปืนช็อตไฟฟ้า

สำหรับในสถานการณ์ที่เป็นอันตรายและคุกคามถึงแก่ชีวิตของลูกเรือหรือผู้โดยสาร เช่น การก่อการร้ายหรือก่อกวนทำให้เกิดความวุ่นวายบนเครื่องบิน เหล่าลูกเรือที่ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการใช้ปืนช็อตไฟฟ้า หรือรู้ว่าสถานการณ์แบบไหนควรใช้หรือไม่นั้น ก็จะทำการคิด ตัดสินใจ ก่อนที่จะลงมือยิงปืนช็อตไฟฟ้าออกไป เป็นต้น

12. ที่นั่งแถวหลังๆ มักจะรับการบริการที่ดี

ในขณะที่คนทั่วไปอาจชอบที่จะจองที่นั่งบริเวณด้านหน้าเครื่องเพื่อให้สามารถลงจากเครื่องบินได้ก่อน หรือมีโอกาสในการเลือกของว่างบนเครื่องได้มากกว่า แต่เหล่าลูกเรือรู้กันดีว่า ที่นั่งบริเวณด้านหลังมักจะได้รับบริการที่ดีกว่าก็เพราะว่าพวกเขามักไม่ค่อยเรียกร้องอะไรมากเท่ากับผู้โดยสารที่นั่งด้านหน้านั่นเอง (อาจจะเป็นเพราะว่ารู้ว่าคงไม่ค่อยเหลืออะไรให้เลือกมากนักก็เป็นได้นั่นเอง)

บทความที่น่าสนใจ

ที่มา : www.businessinsider.comwww.wegointer.com