ท้าวอินทรสุริยา พระพี่เลี้ยง พี่เลี้ยง ยุวกษัตริย์ รัชกาลที่ 8 รัชกาลที่ 9 แม่นม แม่เล่าให้ฟัง

เรื่องราวของ “แหนน” พระพี่เลี้ยงของเจ้านายเล็กๆ ยุวกษัติย์ไทย (ร.8-ร.9-พระพี่นางฯ)

Home / สาระความรู้ / เรื่องราวของ “แหนน” พระพี่เลี้ยงของเจ้านายเล็กๆ ยุวกษัติย์ไทย (ร.8-ร.9-พระพี่นางฯ)

พระพี่เลี้ยง “ท้าวอินทรสุริยา สรรพาหารพิจาริณี” (นามเดิม เนื่อง จินตดุลย์ เกิด 10 ธันวาคม พ.ศ. 2428 – 16 ตุลาคม พ.ศ. 2517) พระพี่เลี้ยงใน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ , พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (ร.8) และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ร.9) โดยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงออกนามเรียกพระพี่เลี้ยงเนื่องว่า แหนน

แหนน พระพี่เลี้ยงของเจ้านายเล็กๆ ยุวกษัติย์ไทย

แม่เนื่อง เพื่อนนักเรียนพยาบาลสมเด็จย่าฯ

ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2466  เมื่อครอบครัวเรากลับถึงกรุงเทพฯ … แม่(สมเด็จย่า)รีบไปที่โรงพยาบาลศิริราชเพื่อไปถามถึง “เนื่อง จินตดุลย์” เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่โรงเรียนนางพยาบาล โดยแม่เนื่องเวลานั้นทำงานเป็นนางพยาบาลพิเศษอยู่ แม่ก็ขอให้มาเลี้ยงข้าพเจ้า เมื่อแม่เนื่องมาแล้ว Nurse ชาวอังกฤษก็กลับไปประเทศของเขา

เมื่อข้าพเจ้าเริ่มพูดได้ก็เปลี่ยนชื่อแม่เนื่องเป็น “แหนน” เสีย เพราะสำหรับเด็กๆ คำว่า “เนื่อง” ออกเสียงยากมาก … แหนนก็อยู่กับเราอีกนาน และได้เลี้ยงลูกของแม่ทุกคน ในที่สุดก็ได้ช่วยเลี้ยงพระราชธิดาพระองค์แรก ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 คือ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระราชธิดาพระองค์แรก ร.9 ในระยะหนึ่งด้วย

ที่โลซานน์ ปี 2469 | แหนนร้องไห้..

ที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีสถานที่รับเลี้ยงเด็กแห่งหนึ่งชื่อว่าชองโซเลย์ (Champ Soleil) เมื่อเสด็จจากฝรั่งเศสถึงโลซานน์ พระราชชนนีทราบว่าสถานเลี้ยงเด็กแห่งนี้มีเจ้าของเป็นแพทย์และดูแลเด็กอย่างถูกอนามัย จึงพาสมเด็จพระพี่นางไปฝาก…

“เราพักอยู่ที่โรงแรมมองตานาซึ่งไม่ใหญ่แต่มีสวนด้วย วันรุ่งขึ้นแม่และนายบุญไชยก็พาข้าพเจ้าไปส่งที่ชองโซเลย์แล้ว แม่เล่าว่า ข้าพเจ้าไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร ไปเล่นกับเด็กอื่นๆ ทันทีแต่แหนนร้องไห้ใหญ่เลย ในวันที่เขาอนุญาตให้ไปเยี่ยมลูกได้ครั้งแรก แม่พาแหนนไปด้วย แหนนก็ร้องไห้อีก คราวต่อๆ ไปแม่จึงงดพาแหนนไป ส่วนหม่อมเจ้าอานันทฯ ยังต้องอยู่กับแม่ที่โรงแรม เพราะยังไม่อดนม ต่อมาอีกเดือนหนึ่งจึงได้ไปอยู่ชองโซเลย์พร้อมทั้งแหนน”

แม่และแหนนวิ่งลงน้ำโดยไม่ถอดรองเท้า เพื่อช่วยน้อง

เดือนกรกฎาคมและสิงหาคม พ.ศ. 2470 เราได้ไปพักร้อนกันที่ชายทะเล โดยเช่าบังกะโลที่เวสต์ช็อป บนเกาะมาร์ธาส์วินยาร์ด ในรัฐแมสสาชูเสตต์นั้นเอง มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่นั่นที่ข้าพเจ้าจำได้แม่นยำ … วันหนึ่งท่านชายอานันทฯ ซึ่งเวลานั้นชันษายังไม่เต็ม 2 ขวบ นั่งเล่นอยู่ในน้ำ ด้วยจะมีคลื่นที่แรงหน่อยซัดมาหรืออย่างไรไม่ทราบ น้องหงายหลังลงไปในทะล แม่และแหนนรีบวิ่งไปช่วยกัน โดยไม่ได้คำนึงถึงถุงเท้ารองเท้าที่ใส่อยู่ … ข้าพเจ้าจำความรู้สึกของข้าพเจ้าในเวลานั้นได้เป็นอย่างดี การที่เห็นทั้งแม่และแหนน วิ่งลงน้ำโดยไม่ถอดถึงเท้ารองเท้าเป็นสิ่งที่แปลกและน่าขัน จนข้าพเจ้าไม่ได้กลัวหรือเป็นห่วงว่าอาจเกิดอันตรายขึ้นกับน้องได้

แต่ในไม่ช้า ก็มีเหตุการณ์สำคัญในครอบครัวของเรา คือการเกิดของลูกคนที่สาม ข้าพเจ้าเคยเขียน ดังที่หลายคนได้เขียนไว้ ว่าพระโอรสองค์ที่สองของทูลหม่อมฯ ประสูติวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม 2470 เวลา 08.45 ที่โรงพยาบาลเมานท์ออเบอร์น (Mount Auburn) ในเคมบริดจ์

ข้าพเจ้าอยากเห็นน้องใกล้ๆ และอยากแตะต้อง แต่ที่โรงพยาบาลเขาก็ให้ดูเพียงหลังกระจกที่กั้นห้องเด็กๆไว้ เมื่อกลับบ้านมาแล้ว ข้าพเจ้าได้ถามแหนนว่า “น้องคนใหม่นี้พูดไทยได้หรือเปล่า” … ในที่สุด หลังจากที่น้องกลับมาบ้าน คราวนี้ข้าพเจ้าก็สนุกใหญ่ แหนนจะอาบน้ำ แต่งตัว หรือทำอะไรให้น้อง ข้าพเจ้าต้องเข้าไปยุ่งอยู่เสมอ จนแหนนทนไม่ไหว ต้องไปฟ้องแม่ ข้าพเจ้าเลยถูกห้ามไม่ให้ไปยุ่งในเวลาเหล่านั้น

ที่มา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ จากหนังสือ แม่เล่าให้ฟัง

เรื่องเล่าเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 8-9

จาก พระพี่เลี้ยง “แหนน” หรือท้าวอินทรสุริยา

วันหนึ่งขณะแหนนพระพี่เลี้ยงกำลังปรุงอาหาร ในหลวง ร.9 ขณะทรงพระเยาว์ได้ตรัสกับพระพี่เลี้ยงว่า

“..แหนน ขอทำด้วยซี..” … แหนนก็ให้พระองค์ทรงช่วยคั้นน้ำกะทิ

“..ตอนนั้นดิฉันอดขันไม่ได้ น้ำกะทิกระเด็นเปื้อนตามพระพักตร์และพระวรกายจนเลอะไปหมด กระทั่งน้ำกะทิก็หร่อยหรอจนเกือบหมดภาชนะ… พระองค์ลองได้สนใจอะไรแล้ว ดิฉันเป็นปล่อยให้ทำทันที เพื่อพระองค์จะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร… ดิฉันอยู่ใกล้ชิดพระองค์มา ไม่เคยมีความลับอะไรอยู่ในพระองค์ แม้ว่าจะเคยทำภาชนะเสียหาย ต้องมาบอกดิฉันก่อนทุกครั้ง..” แหนน เล่าความหลัง

เจ้านายเล็กๆ แอบไปเที่ยวนอกวัง

เมื่อครั้งเสด็จกลับมาเมืองไทย รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ได้มีการงุบงิบนัดหมายเพื่อจะออกไปเดินเล่นที่วัดโพธิ์ซึ่งมีงาน ทั้งสองพระองค์แต่งอย่างธรรมดาเข้าร้านหนึ่ง เจ้าของร้านเกิดจำได้ เลยตะโกนบอกทั่วว่า ในหลวงเสด็จ … ทั้งสองพระองค์ก็เลยรีบเสด็จออกมาจากงานวัดทันที มีประชาชนห้อมล้อมตามมาส่งถึงประตูวิเศษไชยศรี และทรงตอบกับประชาชนว่า “ขอบใจ” …

รัชกาลที่ 9 ก็มาบอกกับดิฉันว่า “..แหนน สนุกกันใหญ่เชียว..”

คุณแม่ไม่ได้มาด้วยหรือ…

อีกคราวหนึ่งเสด็จเที่ยวตลาดสำเพ็งกันตามลำพัง จนแขกคนหนึ่งจำได้เลยถามว่า “..คุณแม่ไม่ได้มาด้วยหรือ..” รัชกาลที่ 9 ทรงตอบว่า “ไม่ได้มาด้วยจ้ะ” ดิฉันเองอดขันไม่ได้ บางครั้งพระราชชนนีก็กริ้วกับดิฉันและตรัสว่า “..นี่ก็ลูกของฉันเหมือนกัน..”

เมื่อ ร.9 โดนสกีฟาดที่ขา

เมื่อคราวประทับที่พระราชวังไกลกังวล ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเล่นสกีน้ำ เผอิญสกีฟาดเอาตรงที่พระเพลา กระดูกร้าว พระองค์ไม่ให้ใครช่วยพยุง พยายามพาพระองค์กลับไปที่ตำหนัก ไม่แสดงอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด ตอนพระองค์อยู่กับดิฉัน ดิฉันถามว่าเจ็บไหม พระองค์เปิดเผยว่า “..เจ็บซีแหนน..” ครานั้นถึงกับต้องเข้าเฝือกกันทีเดียว

แหนนขอ “ทูลลา…” ไปบวชชี

เมื่อเสด็จเยี่ยมราษฎรจังหวัดต่างๆ ทรงกลับมาเล่าว่า “..แหนน ที่ไปนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าเมื่อเห็นประชาชนแล้ว สงสารเหลือเกิน เขามาต้อนรับฉัน ฉันเห็นแล้วอดเมตตาสงสารเขาไม่ได้..”

แต่เมื่อดิฉันเคยทูลลาหลายครั้ง… “ขอให้แหนนไปพักผ่อนเถอะ” แต่ท่านเฉยไม่ตอบอะไร….

ดิฉันไปวัดทุกวันพระ ท่านก็ทรงอนุญาต

อุบาสิกาท้าวสุริยาฯ

… จนเมื่อพระองค์เสด็จประพาสสหรัฐอเมริกาครั้งล่าสุดและคืนสู่กรุงเทพแล้ว วันหนึ่งตรงกับต้นปี พ.ศ. 2505 ขณะพระองค์กำลังทรงพระบรรทม …แหนนก็ถือดอกไม้ค่อยหมอบไปใกล้พระองค์ แล้วนำช่อดอกไม้ใส่อุ้งพระหัตถ์ทันที

พระองค์ (ร.9) สะดุ้งขึ้นนิดหนึ่งตรัสออกมาคำเดียว “..อื้อ..”

แหนนจึงกราบบังคมทูลว่า “ทูลลา…” ร.9 ท่านลุกขึ้นนั่งแล้มอง และไม่ตรัสว่าอะไร

“..ถ้าท่านไม่อนุญาตให้แหนนไป แหนนจะต้องไปโกนหัวละ..” แหนนพูดต่อ

ที่สุดพระองค์จึงตรัสว่า “..นี่แหนนจะไปจริงๆ หรือ..”

“..ไปจริงๆ ซิ..” พระพี่เลี้ยงแหนนทูลตอบ

พระองค์ให้ศีลให้พรอยู่นาน ทรงขอคำสัญญาจากพระพี่เลี้ยงแหนนอีกว่า..

“ถ้าจะไปอยู่ที่ใดต้องการสิ่งใด ป่วยไข้ขึ้นมา จะต้องให้รีบกราบทูลบอกตลอดระยะเวลา”

“..พระองค์ทรงเป็นห่วง ดิฉันซาบซึ้งตื้นตันไปหมด ถ้าวันไหนดิฉันยังตัดโลกไม่ขาดจะนึกถึงพระองค์ทุกครั้งไป..” พระพี่เลี้ยงแหนนกล่าวด้วยน้ำเสียงเครือ

“..เป็นบุญของคนไทยแล้ว ที่มีพระมหากษัตริย์เปี่ยมด้วยน้ำพระทัยสูงสุด มีน้ำพระทัยเมตตาต่อคนทุกคน…”

ภาพสมเด็จพระพี่นางกอดลา “แหนน”

ภาพสมเด็จพระพี่นางกอดลา “แหนน” เมื่อครั้งขอลาไปเป็นอุบาสิกาอย่างถาวรในบั้นปลายชีวิต

ที่มา จากเรื่องเล่าเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 (หนังสือสี่เจ้าฟ้า) โดยพระพี่เลี้ยง “แหนน” หรือ อุบาสิกาท้าวอินทรสุริยาสรรพหารพิจาริณี

80 เรื่องของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ประวัติ

ในช่วงวัยอายุ 15 ปี เนื่อง จินตดุลย์ มีใจน้อมไปในทางธรรม เนื่องจากมีโอกาสเข้าวัดทำบุญรักษาศีลทุกวันมิได้ขาด ต่อมาถึงเกิดศรัทธาแรงกล้า ตัดสินใจโกนผมนุ่งห่มขาว บวชอยู่ ณ สำนักชี วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม 5 ปี ครั้นทางบ้านไม่มีคนช่วยดูแลบ้าน นางทับทิม (แม่บุญธรรม) จึงขอร้องให้ลาเพศชีกลับมาช่วยดูแลบ้านตามเดิม

เมื่อลาเพศชีออกมาได้ 5-6 ปี ภารกิจว่างลง จึงขออนุญาตนางทับทิม (แม่บุญธรรม) ไปเข้าเรียนวิชาพยาบาล จนสำเร็จวิชาพยาบาลศิริราช รุ่นที่ 9 เป็น พระสหายร่วมชั้นเรียนวิชาพยาบาลของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) ที่โรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์ และหญิงพยาบาลแห่งศิริราช เมื่อ พ.ศ. 2456

เมื่อหม่อมสังวาลย์ มหิดล ณ อยุธยา (สมเด็จย่า) ได้ให้ประสูติหม่อมเจ้ากัลยาณิวัฒนา มหิดล และติดตามสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ เสด็จฯ กลับสยามเมื่อ พ.ศ. 2466 “เนื่อง จินตดุลย์” ท่านได้ติดตามเป็นพระพี่เลี้ยง และตามเสด็จทั้งสามพระองค์ไปประเทศเยอรมนี และประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2468 และเป็นพระพี่เลี้ยงของทั้งสามพระองค์ตลอดมาหลายสิบปี ดังนั้นจึงมีความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษพอสมควร นอกจากนี้ยังเป็นผู้ที่คอยติดตามข่าวสารบ้านเมืองเสมอ จึงเป็นคนที่ทราบการเคลื่อนไหวของชาวโลกตลอดเวลา รวมทั้งเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์สวรรคตของรัชกาลที่ 8 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489

ภาพวาด “แหนน” ของสมเด็จพระเทพฯ ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2510

ภาพวาด “แหนน” ของสมเด็จพระเทพฯ ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2510

บั้นปลายชีวิต

ในบั้นปลายชีวิต ท่านได้กราบบังคมทูลลา ถือเพศอุบาสิกานุ่งขาวห่มขาวอีกครั้ง ณ วัดโกมุทรัตนาราม ชลบุรี โดยมีหลวงพ่อสาลี เป็นผู้ประกอบพิธี เมื่อบวชแล้วก็ย้ายมาจำพรรษา ณ วัดธาตุทอง พระโขนง ตลอดเวลาได้อุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์ให้กับการบำรุงวัด สถานพยาบาล และสถาบันแม่ชี โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย และยังชอบท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ที่ชอบมาก คือ วัดวชิราลงกรณวราราม ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา แต่ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ร.9) ทรงขอร้องให้เข้ามาพำนักในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน จนสิ้นชีวิต เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2517 เวลา 19.10 น. ณ ที่ทำการแพทย์หลวงสวนจิตรลดา อายุได้ 88 ปี 11 เดือน

Link : seeme.me/ch/pacificinspiration/keY5bk?pl=EjLYLz

เรียบเรียงโดย Campus-Star.com ที่มา www.uncledoctorvacation.com , ท้าวอินทรสุริยา (เนื่อง จินตดุลย์) , เหรียญรัตนาภรณ์

บทความแนะนำ