พระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์ไทย ยศใหม่ของพระราชวงศ์ ราชวงศ์ ในหลวงรัชกาลที่ 10 ในหลวงรัชกาลที่ 9

ความรู้เกี่ยวกับ ยศใหม่ของพระราชวงศ์ เมื่อเปลี่ยนรัชกาล

Home / สาระความรู้ / ความรู้เกี่ยวกับ ยศใหม่ของพระราชวงศ์ เมื่อเปลี่ยนรัชกาล

เมื่อมีการผลัดแผ่นดินเกิดขึ้น หากพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศได้ทรงแต่งตั้งองค์รัชทายาทไว้เรียบร้อยแล้ว องค์รัชทายาทพระองค์นั้นก็จะเสด็จขึ้นเป็นพ่ออยู่หัวพระองค์ใหม่ทันทีตามธรรมเนียมที่ว่า “แผ่นดินจะว่างเว้นพ่ออยู่หัวไม่ได้” เพราะด้วยงานราชการที่เกี่ยวพันมาจากรัชกาลก่อนนั้นยังจะต้องดำเนินต่อไป และอีกเหตุผลก็คือ “เพื่อเป็นเสาหลักให้แก่พระราชวงศ์และพสกนิกรในประเทศ”

ดังนั้นเมื่อพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ขึ้นครองราชสมบัติ การนับเชื้อพระวงศ์ทางสายพระโลหิตก็จะย้ายจากสายของพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศมาที่สายของพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ทันที นั่นก็คือ “การสถาปนาพระราชอิสริยยศใหม่ภายในพระราชวงศ์” มีหลักเกณฑ์ดังนี้

ความรู้เกี่ยวกับ ยศใหม่ของพระราชวงศ์ เมื่อเปลี่ยนรัชกาล

1. พระราชบุพการีในพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่

คือ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พอเข้ามาในรัชกาลใหม่นั้นพระองค์มีฐานะเป็นพระชนนี หรือแม่ของพระเจ้าอยู่หัว ดังนั้นพระองค์จะได้รับการถวายพระราชอิสริยยศขึ้นเป็น “สมเด็จพระศรี (รอชื่ออย่างเป็นทางการ) บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง” ออกพระนามโดยย่อว่า “สมเด็จพระพันปี” อนึ่งผู้ที่จะขึ้นไปถึงยศพระพันปีหลวงนี้จะต้องมีหลักเกณฑ์ที่ว่า เป็นพระอัครมเหสีในพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลก่อน และเป็นแม่ในพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ดั่งในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ที่เคยมีมาคือ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ผู้เป็นอัครมเหสีในรัชกาลที่ 5 เมื่อผลัดแผ่นดิน พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ได้ถวายพระราชอิสริยยศใหม่ให้แม่ขึ้นเป็น “สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง”

เกร็ดความรู้ เกี่ยวกับ ยศใหม่ของพระราชวงศ์ เมื่อเปลี่ยนรัชกาล

2. พระราชโอรส และพระราชธิดา

คือ เนื่องจากพระราชโอรสและพระราชธิดาของพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่นี้ ล้วนแต่ประสูตินอกเศวตฉัตรทั้งสิ้น (ประสูตินอกเศวตฉัตรหมายถึง ประสูติก่อนขึ้นครองราชย์) ดังนั้นในรัชกาลก่อน พระราชโอรส และพระราชธิดาเหล่านี้จะมียศเป็น พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้ากันทั้งสิ้น เมื่อเปลี่ยนรัชกาลก็จะได้รับการอวยยศขึ้นเป็นพระเจ้าลูกเธอโดยทันที ตามหลักเกณฑ์ดังนี้

2.1 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าชาย-หญิง (เจ้าฟ้าชั้นเอก หรือ ทูลกระหม่อมชาย-หญิง) พระราชโอรส และพระราชธิดาชั้นนี้จะต้องประสูติจากพระอัครมเหสีเท่านั้น นั่นก็คือประสูติจาก พระบรมราชินีนาถ, พระบรมราชินี, พระบรมราชเทวี, พระอรรคราชเทวี เป็นต้น

2.2 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าชาย-หญิง (เจ้าฟ้าชั้นโท หรือ สมเด็จชาย-หญิง) พระราชโอรส และพระราชธิดาชั้นนี้จะต้องประสูติจากพระภรรยาเจ้า นั่นก็หมายความว่า “มีแม่เป็นเจ้าหญิงในพระราชวงศ์ ตั้งแต่ชั้นพระวรวงศ์ เธอพระองค์เจ้า หรือพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขึ้นไปแต่ไม่ถึงราชินี” เช่น พระวรราชเทวี,พระวรราชชายา, พระวรชายา เป็นต้น

2.3 พระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าชาย-หญิง (พระองค์เจ้าชั้นเอก หรือ เสด็จพระองค์ชาย-หญิง) พระราชโอรส และพระราชธิดาในชั้นนี้จะประสูติจากเหล่าพระสนม เจ้าจอมมารดา หญิงสามัญชน หรือเป็นหม่อมมาแต่เดิม

3. พระเชษฐภคินี และพระขนิษฐา

เจ้านายชั้นนี้จะได้รับการปรับเปลี่ยนเป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ (หากมีการพระราชทานคืนฐานันดรศักดิ์) และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ซึ่งตามธรรมเนียมแล้ว สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ และน้องนางเธอ จะได้รับพระราชทานกรมในภายหลัง “เป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน” เช่น น้องนางเธอในรัชกาลที่ 5 คือ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าหญิงจันทรมณฑลฯ กรมหลวงวิสุทธิกระษัตริย์ หรือพี่นางเธอในรัชกาลที่ 6 คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าหญิงพาหุรัดมณีมัยฯ กรมพระเทพนารีรัตน์ หรือพี่นางเธอในรัชกาลที่ 9 ก็ได้รับพระราชทานที่กรมหลวงเช่นเดียวกัน

4. หลานเธอที่มิใช่สายตรง

ในรัชกาลใหม่นี้มีหลานเธอที่มิใช่สายตรงติดมาแต่ครั้งแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ ถึง 2 พระองค์ นั่นก็คือ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาฯ และพระเจ้าหลานเธออาทิตยาทรฯ ซึ่งคำว่า “พระเจ้าหลานเธอ” เป็นคำขยายของคำว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ เพื่อให้รู้ว่าพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์นี้เป็นหลานเธอในพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ แล้วเมื่อเปลี่ยนมารัชกาลใหม่ พระเจ้าหลานเธอก็จะกลายเป็น “พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ” ตามฐานันดรศักดิ์แรกประสูติของทั้งสองพระองค์ ดังกรณีที่เคยเกิดขึ้นคือ พระหลานเธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา หลานเธอในรัชกาลที่ 5 เมื่อเปลี่ยนเป็นรัชกาลที่ 6 ก็กลายเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา (คำว่าพระหลานเธอ ไปขยายคำว่า พระวรวงศ์เธอนั่นเอง)

ยศพิเศษ 1  ตามธรรมเนียมแล้วจะไม่มีการลดพระราชอิสริยยศของเจ้านายในพระราชวงศ์ ถึงแม้จะเปลี่ยนรัชกาลแล้วก็ตาม คือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งพระราชอิสริยยศนี้สูงส่งที่สุดของเจ้านายฝ่ายในแล้ว นั่นก็คือ ได้รับสัปตปฎลเศวตฉัตร หรือฉัตร 7 ชั้น เสมอเท่าสมเด็จพระบรมราชชนนี แต่มีความพิเศษสูงไปอีกอย่างคือ ใช้คำ “พระราชบัญชา” ในการออกคำสั่ง

ยศพิเศษ 2 คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในอดีตเจ้านายพระองค์นี้ผ่านการเป็นพระวรชายามาก่อน แล้วถึงเป็นพระวรราชาทินัดดามาตุในภายหลัง (พระวรราชาทินัดดามาตุ หมายถึง เป็นแม่ของหลานกษัตริย์ผู้ประเสริฐ) ดังนั้นเมื่อเปลี่ยนมาเป็นสมัยพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ ทำให้พระองค์ย่อมไม่ได้อยู่ในฐานะแม่ของหลานกษัตริย์พระองค์เก่า แต่เป็นพระชนนีหรือแม่ของพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในรัชกาลปัจจุบัน ดังนั้นยศนี้จึงเป็นเรื่องยากที่อธิบายออกมาได้

ปล. บทความในวันนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นความรู้เกี่ยวกับการสถาปนาพระยศ โดยอ้างอิงจากการสถาปนาในอดีตที่เคยมีมา ตามหลักเกณฑ์ต่างๆ โดยที่ไม่มีเจตนาอื่นใดๆ ทั้งสิ้น

** หมายเหตุ รอประกาศคำสถาปนาอย่างเป็นทางการ โดยทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับพระบรมราชวินิจฉัย เป็นการส่วนพระองค์

ที่มา Facebook : คลังประวัติศาสตร์ไทย

บทความแนะนำ