หลายคนอาจรู้จักชื่อสินค้าหรือแบรนด์ที่มีชื่อเสียง แต่น้อยคนนักที่เคยได้เห็นใบหน้าของผู้ด่อตั้งเพราะบางคนไม่ชอบถ่ายภาพ ไม่ออกสื่อหรือไม่เล่นโซเชียลมีเดีย ทำให้มีโอกาสน้อยมากที่จะได้เห็นพวกเขา
10 โฉมหน้าผู้ก่อตั้งแบรนด์ดัง
วันนี้แคมปัส-สตาร์จะเปิดเผย 10 ใบหน้าของผู้ก่อตั้งแบรนด์ดังระดับโลก ที่คุณอาจยังไม่เคยเห็น ไปดูกันว่าแต่ละคนจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร
1. Starbucks – Howard Schultz
ในช่วงแรก Starbucks เปิดให้บริการในปี 1971 ในร้านค้าเล็กๆ ขายเมล็ดกาแฟและอุปกรณ์ในซีแอตเติล ในปี 1987 บริษัท Howard Schultz ได้ซื้อ Starbucks และพัฒนาให้กลายเป็นร้านกาแฟจริงๆ
2. Nike – Phil Knight
Phil Knight และ Bill Bowerman ชื่นชอบการวิ่งเป็นอย่างมาก แต่ในอดีตรองเท้าวิ่งที่มีจำหน่ายในอเมริกาไม่มีคุณภาพมากพอ ทำให้ทั้ง 2 คนก่อตั้งบริษัท Blue Ribbon Sports เพื่อขายรองเท้าแบรนด์ Asics ที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น
ต่อมา Phil Knight และ Bill Bowerman มีปัญหาบางอย่างในการร่วมงานกับผู้จัดหาสินค้า ทำให้ทั้ง 2 คนตัดสินใจที่จะสร้างแบรนด์รองเท้าผ้าใบเป็นของตนเอง ในปี 1978 มีการตั้งชื่อบริษัท Nike และโลโก้อย่างเป็นทางการ
3. ZARA – Amancio Ortega
Amancio Ortega เริ่มต้นทำธุรกิจในยุค 70 เป็นธุรกิจเกี่ยวกับชุดนอนและเสื้อคลุมอาบน้ำร่วมกับภรรยา ต่อมาเกิดเหตุการณ์ที่คู่ค้าชาวเยอรมันยกเลิกการซื้อสินค้าจำนวนมาก ทำให้ทั้ง 2 ตัดสินใจที่จะขายเสื้อผ้าด้วยตนเอง โดยเปิดร้านขายในปี 1975 ณ ลาโกรุญญา ประเทศสเปน
ธุรกิจดำเนินไปได้เป็นอย่างดีและบริษัทตัดสินใจที่จะทำแบบเสื้อผ้าตามแฟชั่นเมื่อมีเทรนใหม่ๆ เกิดขึ้น ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Inditex และเปิดร้านขายใหม่ชื่อว่า Massimo Dutti, Pull and Bear, Oysho, Zara Home, Uterqüe, Stradivarius, Lefties และ Bershka
4. Pandora – Per Enevoldsen and Winnie Enevoldsen
ในปี 1982 ครอบครัวของ Enevoldsen เปิดร้านขายเครื่องประดับขนาดเล็กในโคเปนเฮเกน ที่นำเข้าเครื่องประดับมาจากประเทศไทย และเมื่อบริษัทมีขนาดใหญ่มากขึ้น ครอบครัวจึงตัดสินใจที่จะสร้างเครื่องประดับที่ออกแบบและคิดค้นขึ้นเอง
แต่กว่าที่เครื่องประดับ Pandora จะโด่งดังมีชื่อเสียงนั้นต้องใช้ระยะเวลามากกว่า 10 ปี ในปี 2000 บริษัทคิดค้นสร้อยข้อมือที่ผู้ซื้อสามารถออกแบบได้ด้วยตนเอง สามารถใส่ลูกเล่นหรือเพิ่มเครื่องประดับที่ต้องการได้ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาบริษัทก็ได้เติบโตขึ้นและครอบครัว Enevoldsen ก็กลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในเดนมาร์ก
5. Ferrero – Michele Ferrero
ในปี 1957 Michele สืบทอดธุรกิจของครอบครัวในการคิดค้นการวางถั่วลงบนช็อกโกแลต เขาพยายามที่จะคิดค้นและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยคิดถึงภาพรวมและการถามคำถามง่ายๆ กับบรรดาแม่และเด็ก ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เขาสร้างช็อกโกแลต Kinder Surprise เพราะเขาคิดว่าเด็กๆ ชอบช็อกโกแลตส่วนพ่อแม่ต้องการให้เด็กดื่มนม เขาจึงรวมทั้ง 2 สิ่งเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้เขายังสร้างช็อกโกแลต Ferrero Rocher, Raffaello และยังปรับปรุงสูตรช็อกโกแลตจนกลายมาเป็น Nutella ที่ทุกคนรู้จักกันดี Michele เสียชีวิตเมื่ออายุ 89 ปี บรรดาลูกๆ ของเขาช่วยกันดูแลธุรกิจและกลายเป็นแบรนด์ที่รู้จักไปทั่วโลก
6. Hard Rock Cafe – Isaac Tigrett and Peter Morton
ในปี 1969 นักดนตรีที่มีชื่อว่า The Door ออกอัลบั้ม Morrison Hotel ขณะเดียวกันก็ได้พบกับร้านอาหารชื่อ Hard Rock Cafe โดยบังเอิญ ซึ่งร้านดังกล่าวมีบรรยากาศที่เข้ากับเพลงในอัลบั้มอย่างมาก พวกเขาจึงได้ถ่ายภาพร้านแล้วใส่ภาพไว้ที่ด้านหลังปกอัลบั้ม
สองปีถัดมา Isaac Tigrett และ Peter Morton ได้ขอชื่อ Hard Rock Cafe เพื่อนำมาเป็นชื่อร้านกาแฟในลอนดอน ต่อมาคาเฟ่ก็เริ่มพัฒนาและเป็นที่รู้จักจนมีสาขามากมายทั่วโลก
7. Laсoste – René Lacoste
หลายคนอาจคิดว่าแบรนด์ Laсoste ก่อตั้งโดยนักออกแบบแฟชั่น แต่ความจริงแล้วถูกสร้างขึ้นโดยนักเทนนิสชาวฝรั่งเศส ในอดีตการเล่นนักกีฬาเทนนิสจะสวมเสื้อเชิ๊ตแขนยาว แต่ในปี 1926 นักเทนนิสที่ชื่อว่า René Lacoste ได้ทำเสื้อเชิ๊ตแขนสั้นสวมใส่ในการแข่งขัน ซึ่งเป็นเสื้อที่เขาเย็บขึ้นเอง
René Lacoste มีชื่อเล่นว่า “จระเข้” เพราะสไตล์การเล่นของเขาที่จะทำลายคู่แข่งอยู่เสมอหากคู่แข่งทำพลาด เขาจึงปักรูปจระเข้ไว้บนเสื้อด้วยซึ่งนี่เป็นที่มาของโลโก้บริษัทในปัจจุบัน
8. Lego – Ole Kirk Christiansen
ในช่วงต้นทศวรรษ 1930 Ole Kirk เปิดบริษัททำโต๊ะรีดผ้าและบันได ต่อมาเขาเริ่มทำของเล่นที่ทำจากไม้ คำว่า “เลโก้” ประกอบด้วยภาษาเดนมาร์ก 2 คำคือ “leg” (แปลว่า เล่น) และ “godt” (แปลว่า ดี) ในปี 1947 จากของเล่นไม้กลายเป็นพลาสติกและมีชิ้นส่วนพิเศษที่อนุญาตให้เด็กๆ ต่อเข้าด้วยกันได้ ซึ่งนี่เป็นเอกลักษณ์ของเลโก้ Ole Kirk เสียชีวิตเมื่ออายุ 66 ปี มีบุตรชาย 4 คน รับช่วงต่อในการดูแลบริษัท
9. Google – Larry Page and Sergey Brin
Google ก่อตั้งโดย Larry Page และ Sergey Brin 2 นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และก่อตั้งบริษัทในปี 1998 โดยจดทะเบียนโดเมนในชื่อ google.com ซึ่ง Google มาจากภาษาอังกฤษคำว่า googol หมายถึงจำนวนมหาศาลมีค่าเท่ากับ 10 ยกกำลัง 100
10. Instagram – Kevin Systrom
Kevin Systrom นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ และออกเดินทางไปเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม ต่อมา Kevin Systrom และ Mike Krieger หุ้นส่วน ร่วมกันพัฒนาบริการที่เกี่ยวกับภาพ โดยต้องการให้มีเอกลักษณ์แต่ใช้งานง่าย จึงกลายมาเป็นอินสตาแกรมในปัจจุบัน 2 ปีหลังจากการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น เฟสบุ๊คได้ซื้ออินสตาแกรมมาด้วยราคา 1 พันล้านดอลลาร์
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก brightside.me, IG:@nyota_james, @hardrockcafelondon, @martin.braumann, @kevin