7 หลักการใช้ Adverb ฉบับเข้าใจง่าย พร้อมยกตัวอย่างประกอบ

Home / สาระความรู้ / 7 หลักการใช้ Adverb ฉบับเข้าใจง่าย พร้อมยกตัวอย่างประกอบ

หลายๆ คนอาจจะกำลังงงกันอยู่ว่า จริงๆ แล้ว คำว่า Adverb (คำกริยาวิเศษณ์) สามารถนำมาใช้อะไรได้บ้างในประโยคภาษาอังกฤษ นอกจากจะช่วยในการขยาย Verb (คำกริยา) แล้วนั้น คำว่า Adverb ยังมีหน้าที่ในการขยาย Adjective (คำคุณศัพท์) และช่วยขยาย Adverb (คำกริยาวิเศษณ์) ด้วยกันเองได้อีกด้วย

หลักการใช้ Adverb ฉบับเข้าใจง่าย

โดยในบทความนี้ แคมปัส-สตาร์ ก็มีขั้นตอนการใช้ Adverb แบบถูกต้องมาให้เพื่อนๆ ได้ศึกษากัน พร้อมทั้งยังมีตัวอย่างประกอบ เพื่อจะช่วยทำให้เราเข้าใจง่ายยิ่งขึ้นมาให้อ่านกันด้วย ถ้าพร้อมแล้วไปลุยกันเลย

1. Adverb of manner

คือ คำกริยาวิเศษณ์ที่บอกคุณลักษณะ เช่น fast, well, hard เป็นต้น

ตัวอย่างการใช้

– You are beautifully dressed. : คุณแต่งตัวได้อย่างสวยงาม (ขยายว่าแต่งตัวเป็นอย่างไร)

– The story ends happily. : เรื่องราวจบลงอย่างมีความสุข (ขยายว่าเรื่องราวจบลงอย่างไร)

– He speaks slowly. : เขาพูดอย่างช้าๆ (ขยายว่าเขาพูดอย่างไร)

พูดถึงอนาคตกับ Future Tense

2. Adverb of place

คือ คำกริยาวิเศษณ์ที่บอกเกี่ยวกับสถานที่ หรือใช้บอกความหมายของสถานที่ เช่น there, here, up, down เป็นต้น

ตัวอย่างการใช้

– I’m just looking around. : ฉันแค่มองไปรอบๆ (ขยายว่ามองไปที่ไหน)

– I wish you were here with me now. : ฉันอยากให้คุณอยู่กับฉันที่นี่ตอนนี้จัง (ขยายว่าอยากให้อยู่ที่ไหนในตอนนี้)

– This is the best Thai restaurant anywhere in Tokyo. : นี่คือร้านอาหารไทยที่ดีที่สุดในโตเกียว (ขยายว่าร้านนี้ดีกว่าที่ใดก็ตามในโตเกียว)

3. Adverb of time

คือ คำกริยาวิเศษณ์ที่ใช้บอกเวลา เช่น now, today, soon เป็นต้น

ตัวอย่างการใช้

– Wow, we’re finally in Paris. : ว้าว! ในที่สุดพวกเราได้มาอยู่ที่ปารีส (ความหมายประมาณว่าผู้พูดอยากมาปารีสนานแล้ว และสุดท้ายก็ได้มา ซึ่งมีเรื่องของระยะเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง)

– The bill must be paid today. : ใบแจ้งหนี้จะต้องถูกจ่ายในวันนี้ (ขยายว่า the bill จะถูกจ่ายเมื่อไร)

4. Adverb of frequency

คือ คำกริยาวิเศษณ์ที่บอกความถี่ และคำที่เมื่อแปลแล้วให้ความรู้สึกถึง ความบ่อย บ่อยมาก บ่อยน้อย หรือไม่เลย เช่น often, always, usually เป็นต้น

ตัวอย่างการใช้

– I always feel blue on Mondays. : ฉันรู้สึกเศร้าเสมอเมื่อถึงวันจันทร์ (เป็นการบอกว่าวันจันทร์ทีไรเศร้าตลอด ผมว่าสามารถเอาไปใช้ได้นะครับ เพราะน่าจะแทงใจดำใครหลายคน)

– We often hear that ants are social animals. : พวกเรามักจะได้ยินอยู่บ่อยๆว่ามดเป็นสัตว์สังคม (เป็นการขยายว่าเราได้ยินมาบ่อยละนะ)

– It will never happen again. : มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นอีก (ประโยคนี้พูดถึงเรื่องความถี่ นั้นคือจะไม่เกิดขึ้นอีก)

Adverbs

5. Adverb of degree

คือ คำกริยาวิเศษณ์ที่บอกระดับ ปริมาณ หรือคำที่เป็นการเน้นย้ำ ส่วนมากจะขยาย Adverb หรือ Adjective เช่น rather, too, very เป็นต้น

ตัวอย่างการใช้

– It’s absolutely impossible for me to go on like this. : มันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนสำหรับฉันที่จะทำต่อไปแบบนี้ (ขยายความเป็นไปไม่ได้ เป็นการบอกปริมาณ ย้ำว่าแน่นอน)

– Do you really wish that? : คุณปรารถนาสิ่งนั้นจริงๆ หรือไม่? (ขยายความปรารถนา เป็นการย้ำว่าจริงไหม)

– It’s quite difficult. : มันค่อนข้างจะยาก (ขยายความยาก เป็นการบอกปริมาณของความยาก)

6. Interrogative Adverbs

คือ คำกริยาวิเศษณ์ที่เป็นคำถาม เช่น where, when, why, how เป็นต้น

ตัวอย่างการใช้

– Why are you so late? : ทำไมคุณสายจัง?

– Where is my passport? : หนังสือเดินทางฉันอยู่ไหน?

– How much is that coat? : เสื้อโค้ตตัวนั้นราคาเท่าไหร่?

– When does the train arrive? : รถไฟมาถึงเมื่อไร?

7. Relative Adverbs

คือ กริยาวิเศษณ์ที่เป็นคำเชื่อม หรือใช้เป็นคำนำหน้า เช่น when, where, why เป็นต้น

ตัวอย่างการใช้

– I remember the day when we first met. : ฉันจำวันที่เราพบกันครั้งแรกได้ ( when = preposition on + which )

– That’s the restaurant where we had dinner last night. : นั่นคือภัตราคารที่เรามาทานอาหารเย็นกันเมื่อวานนี้ ( where = preposition at/in + which)

– The reason why he refused is unconvincing. : เหตุผลที่เขาปฏิเสธนั้นไม่น่าเชื่อถือเลย (why = preposition for + which )

Adverbs

Adverb clauses

Adverb clauses คือ อนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือน Adverb ซึ่งสามารถแบ่งออกได้ดังนี้

1. Adverb Clause of Time

คือ อนุประโยคที่ทำหน้าที่ขยายกริยา เพื่อบอกให้ทราบการกระทำนั้นเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เช่น when, while, since, as soon as, as long as, before, after, until เป็นต้น

2. Adverb Clause of Place

คือ อนุประโยคที่ทำหน้าที่ขยายกริยาเพื่อบอกให้ทราบว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นที่ไหน เช่น where, as far as, wherever เป็นต้น

3. Adverb Clause of Cause

คือ อนุประโยคที่ทำหน้าที่ขยายกริยา เพื่อบอกให้ทราบการกระทำนั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร เช่น because , since , as

4. Adverb Clause of Purpose

คือ อนุประโยคที่ทำหน้าที่ขยายกริยา เพื่อบอกให้ทราบการกระทำนั่นเกิดขึ้นด้วยความมุ่งหมายอะไร เช่น that, so that, in order that, lest, for fear that เป็นต้น

5. Adverb Clause of Result

คือ อนุประโยคที่บอกผลที่เกิดจากการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่

  • so + adj or adv + that
  • such + noun(s) + that

6. Adverb Clause of Condition

คือ อนุประโยคที่บอกให้ทราบว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นด้วยเงื่อนไขอะไร เช่น if, if only, unless, as long as, so long as เป็นต้น

7. Adverb Clause of Concession

คือ อนุประโยคที่แสดงการยอมรับอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น though, although, even though, however, whatever เป็นต้น

8. Adverb Clause of Manner

คือ อนุประโยคที่ทำหน้าที่ขยายกริยาเพื่อบอกอาการของการกระทำว่ากระทำไปอย่างไร เช่น as, as if, as though เป็นต้น

9. Adverb Clause of Comparison

คือ อนุประโยคที่ใช้ในการเปรียบเทียบ ปกติจะอยู่หลัง as หรือ than

  • ประโยคบอกเล่า as + adj หรือ (adv) + as
  • ประโยคปฏิเสธ not so(as) + adj หรือ (adv) + as

ข้อมูล : www.gotoknow.orgwww.dailyenglish.in.thwww.tonamorn.com

บทความแนะนำ