อ่านเป็นความรู้! 10 นามสกุล ตระกูลเก่าแก่ของไทย

Home / สาระความรู้ / อ่านเป็นความรู้! 10 นามสกุล ตระกูลเก่าแก่ของไทย

สาระความรู้แคมปัส-สตาร์ วันนี้ เอาใจคนที่ชอบอ่านเรื่องราวแนวประวัติศาสตร์ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนามสกุลไทยค่ะ เพื่อนๆ รู้หรือเปล่าว่า การใช้นามสกุลในประเทศไทยนั้นเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน และรู้หรือไม่ว่า นามสกุลตระกูลเก่าแก่ที่เกิดขึ้นในสมัยอดีตแรกเริ่มใช้นามสกุลกันนั้นมีอะไรบ้าง วันนี้เรามีมาให้อ่านกันค่ะ

10 นามสกุล ตระกูลเก่าแก่ของไทย

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โปรดฯ ให้มีการตั้งนามสกุลขึ้นมาเพื่อความเป็นสากลเหมือนกับประเทศทางตะวันตก โดยพระองค์ให้ตราพระราชบัญญัติขนานนามสกุลเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2455 ดังที่จะขอหยิบยกเอา 10 นามสกุลที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ถึงตัวตนของบรรพบุรุษแต่ละนามสกุลมาให้ได้ศึกษากัน

รัชกาลที่ 6

นามสกุลไทยเกิดขึ้นครั้งแรกในสมัย ร.6

1. “บุนนาค”

นับว่าเป็นตระกูลที่เก่าแก่ที่สุดอีกตระกูลหนึ่งของไทย บรรพบุรุษของสกุลนี้สืบเชื้อสายมาจากพ่อค้าชาวเปอร์เซีย (อิหร่าน) มีนามว่า “เฉกอะหมัด” ที่เข้ามารับราชการในกรุงศรีอยุธยา ต่อเนื่องมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เชื้อสายของตระกูลนี้ได้เป็นขุนนางผู้ใหญ่หลายท่าน บางท่านได้เป็นถึงผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน และยังเป็นต้นกำเนิดของพระมเหสี พระราชโอรส-ธิดาอีกหลายพระองค์ นับได้ว่าช่วงหนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์นั้น บุนนาค เป็นตระกูลที่ทรงอิทธิพลสูงสุดของไทย

2. “ณ บางช้าง”

สกุลเก่าแก่ที่สืบสายมาแต่ ขุนนางและเจ้านายในราชวงศ์พระร่วงแห่งกรุงศรีอยุธยา และยังเป็นต้นกำเนิดของท่านผู้หญิงนาค ภริยาเอกในเจ้าพระยาจักรี ภายหลังท่านผู้หญิงนาคผู้นี้ก็คือ สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินีในรัชกาลที่1 และเป็นพระบรมราชชนนี(แม่)ในรัชกาลที่2ซึ่งแตกมาเป็นราชสกุลดังๆ เช่น กุญชร,ปราโมช,มาลากุล,สนิทวงศ์ เป็นต้น

3. “วัชโรทัย”

สืบสกุลมาจากพระยาอุทัยธรรม เจ้ากรมภูษามาลาในรัชกาลที่ 1 ซึ่งพระยามีชื่อนี้ท่านเคยรับราชการเป็นภูษามาลาในสมัยกรุงศรีอยุธยามาแล้ว เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ขึ้นปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ จึงเข้ามาถวายตัวเป็นข้าทูลละอองพระบาท จึงทำให้สกุลวัชโรทัยรั้งตำแหน่งหน้าที่ภูษามาลาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน

4. “สุจริตกุล”

ต้นตระกูล คือหลวงอาสาสำแดง และท้าวสุจริตธำรง ผู้สืบเชื้อสายมาจากขุนนางในราชสำนักกรุงศรีอยุธยา ในกรุงรัตนโกสินทร์ ถือได้ว่าเป็นสกุลที่มั่งมีวาสนาและเก่งด้านการค้าพอสมควร พระอัครมเหสีและพระราชินีหลายพระองค์มีเชื้อสายมาจากสกุลนี้ เช่น พระนางเจ้าสุนันทา (พระนางเรือล่ม), พระนางเจ้าสว่างวัฒนา (พระอัยยิกาหรือย่าในพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9) , และพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี ผู้เป็นต้นกำเนิดราชสกุล“จักรพงษ์” เป็นต้น

5. “ณ ป้อมเพชร”

ตระกูลนี้เก่าแก่พอดู สืบทอดเชื้อสายและรั้งตำแหน่งขุนนางใหญ่มาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ปลูกบ้านอยู่บริเวณป้อมเพชร ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระสมุทบุรานุรักษ์ ผู้สืบเชื้อสายได้รับพระกรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น “พระยาชัยวิชิตวิศิษฏ์ธรรมธาดา” (ขำ ณ ป้อมเพชร) อธิบดีกรมราชทัณฑ์คนแรกของประเทศไทย

6. “โรจนกุล”

ตระกูลของเจ้าพระยาพิษณุโลก สืบเชื้อสายมาจากบิดาซึ่งเป็นพราหมณ์ชื่อ พราหมณ์ศิริวัฒนะ ราชปุโรหิตในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 แห่งกรุงศรีอยุธยา

7. “อมาตยกุล”

เป็นอีกตระกูลที่รั้งตำแหน่งขุนนางตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา และเป็นขุนนางสืบต่อกันมาเรื่อยโดยไม่เว้นช่อง ตั้งแต่แผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวปราสาททอง กรุงธนบุรี จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ รวมแล้วกว่า3ราชวงศ์ 15 รัชกาล เพราะถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทอย่างเต็มกำลังและสุจริต จึงทำให้หลายท่านเป็นพระยา เป็นขุน เป็นหลวง เป็นพระ และแตกสาขาออกไปอีกนับร้อย จึงนับว่าลูกหลานในสกุลนี้ส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการเกือบทั้งสิ้น

8. “ณ นคร”

สืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าขัตติยราชนิคม สมมติมไหสวรรย์ เจ้าผู้ครองนครศรีธรรมราช แห่งราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงนายสิทธิ์ นายเวรมหาดเล็กในสมเด็จเจ้าฟ้าอุทุมพร กรุงศรีอยุธยา ต่อมาได้รับตำแหน่งเป็นปลัดเมืองนครศรีธรรมราช

9. “บุรณศิริ”

เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี ต้นตระกูล “บุรณศิริ” เป็นผู้สืบเชื้อสายจากพราหมณ์เมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย เข้ารับราชการตั้งแต่สมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ครั้นถึงรัชกาลที่ 4 ต้นตระกูล บุรณศิริ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “เจ้าพระยาธรรมกรณาธิบดี” เสนาบดีกระทรวงวัง ต่อมาเมื่อชราได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯเปลี่ยนราชทินนามเป็น “เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี”

10. “ราชตระกูลสายสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก”

ซึ่งสืบเชื้อสายมาจาก เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) เสนาบดีพระคลังในรัชสมัยสมเด็จพระเพทราชา ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นออกพระวิสุทธสุนทร และได้เดินทางไปถวายพระราชสาส์นของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ยังราชสำนักของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เมื่อ พ.ศ. 2228 มีดังนี้ นรินทรางกูร เทพหัสดิน มนตรีกุล อิศรางกูร เจษฎางกูร นรินทรกุล

ที่มา:: คลังประวัติศาสตร์ไทย