ตราราชวงศ์จักรี และพระราชลัญจกร ประจำพระมหากษัตริย์ในรัชกาล 1-10

Home / สาระความรู้ / ตราราชวงศ์จักรี และพระราชลัญจกร ประจำพระมหากษัตริย์ในรัชกาล 1-10

ชื่อของราชวงศ์จักรีมีที่มาจากบรรดาศักดิ์ “เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์” ตำแหน่งสมุหนายก ซึ่งเป็นตำแหน่งทางราชการที่พระองค์เคยทรงดำรงตำแหน่งมาก่อนในสมัยกรุง ธนบุรี คำว่า “จักรี” พ้องเสียงกับคำว่า “จักร” และ “ตรี” ซึ่งเป็นเทพอาวุธของพระนารายณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระแสงจักร และพระแสงตรีไว้ 1 สำรับ และกำหนดให้ใช้เป็นสัญลักษณ์ประจำราชวงศ์จักรีสืบมาจนถึงปัจจุบัน นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีรัชกาลทั้งหมด 10 รัชกาลด้วยกัน ไปดูกันค่ะว่า ตราราชวงศ์จักรี และพระราชลัญจกร ประจำพระมหากษัตริย์ในแต่ละรัชกาลนั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร

พระราชลัญจกร ประจำพระมหากษัตริย์ในรัชกาล 1-10

ตราราชวงศ์จักรี

พระราชลัญจกร คือ ตราที่พระมหากษัตริย์ทรงใช้ประทับ กำกับพระปรมาภิไธยและประทับกำกับเอกสารสำคัญ การราชการแผ่นดิน เช่น รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา และเอกสารสำคัญส่วนพระองค์ ที่เกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ที่ออกในพระปรมาภิไธยประจำแผ่นดิน หรือประจำรัชกาลนั้น พระราชลัญจกรเป็นเครื่องมงคลที่แสดงถึงพระราชอิสริยยศ และพระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์ อีกทั้งยังเป็นเครื่องมงคลอีกด้วย พระราชลัญจกรประจำแผ่นดินจะต้องเชิญขึ้นทูลเกล้าฯถวายในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พร้อมกับเครื่องมงคลอื่น ๆ

พระราชลัญจกรมี 4 ประเภท คือ

1.พระราชลัญจกรสำหรับแผ่นดิน ใช้ประทับกำกับเอกสารสำคัญที่ออกในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์เช่น พระราชลัญจกรมหาโองการ พระราชลัญจกรไอยราพต

2.พระราชลัญจกรประจำแผ่นดิน หรือประจำรัชกาล ใช้ประทับกำกับพระบรมนามาภิไธยในเอกสารสำคัญ

3.พระราชลัญจกรประจำพระองค์ ใช้ประทับกำกับพระบรมนามาภิไธย ในเอกสารสำคัญส่วนพระองค์ที่ไม่เกี่ยวด้วยราชการแผ่นดิน

4.พระราชลัญจกรประจำเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ใช้ประทับประกาศนียบัตรเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามที่กำหนดไว้

ตราประจำรัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี

“มหาอุณาโลม” ลักษณะกลมรูปปทุมอุณาโลม มีอักขระ “อุ” อยู่ตรงกลาง (“อุ” มีลักษณะ เป็นม้วนกลม คล้ายลักษณะพระนามเดิมว่า “ด้วง”)
หมายถึง ตาที่สามของพระอิศวร ซึ่งถือเป็นปฐมฤกษ์ในการตัั้งพระบรมราชจักรีวงศ์ ล้อมด้วยกลีบบัว ซึ่งเป็นพฤกษชาติสิริมงคล ทางพระพุทธศาสนา

ตราประจำรัชกาลที่ 2 แห่งราชวงศ์จักรี

“ครุฑจับนาค” ลักษณะรูปครุฑจับนาค เนื่องจากพระนามเดิมคือ “ฉิม” ซึ่งตามความหมายของวรรณคดีไทย คือ ที่อยู่ของพญาครุฑ


ตราประจำรัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์จักรี

“มหาปราสาท” ลักษณะกลม รูปปราสาท เนื่องจากพระนามเดิมคือ “ทับ” ซึ่งหมายถึงที่อยู่หรือเรือน จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชลัญจกรเป็นรูปปราสาท

ตราประจำรัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรี

“พระมหาพิชัยมงกุฏ” ลักษณะกลมรี รูปพระมหามงกุฏ ตามพระนามเดิมคือ เจ้าฟ้ามงกุฏ อยู่ในเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ มีฉัตรปริวาร ๒ ข้าง มีพาน ๒ ชั้น วางพระแว่นสุริยกานต์ หรือเพชร ข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งวางสมุดตำรา

ตราประจำรัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี

“พระจุลมงกุฏ หรือ พระเกี้ยว” ลักษณะกลมรี มีรูปพระเกี้ยว ยอดมีรัศมีประดิษฐานบนพานทอง ๒ ชั้น เคียงด้วยฉัตรปริวาร ๒ ข้าง ที่ริมขอบทั้ง ๒ ข้าง มีพานทอง ๒ ชั้น วางพระแว่นสุริยกานต์ หรือเพชรข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งวางสมุดตำรา


ตราประจำรัชกาลที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรี

“มหาวชิราวุธ” ลักษณะกลมรี รูปวชิราวุธ มีรัศมีประดิษฐานบนพานทอง ๒ ชั้น มีฉัตรปริวาน ๒ ข้าง โดยพระนามของพระองค์นี้ มีความหมาย คือ ศัตราวุธของพระอินทร์

ตราประจำรัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์จักรี

“พระไตรศร” ลักษณะกลมรี รูปราวพาดพระแสงศร ๓ องค์ คือ พระแสงศรพรหมศาสตร์, พระแสงศรอัคนีวาต และพระแสงศรประลัยวาต ( เป็นศรของพระพรหม, พระนารายณ์ และพระอิศวร)


ตราประจำรัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี

“รูปพระโพธิสัตว์” ลักษณะทรงกลมกว้าง ๗ ซ.ม. ลักษณะประทับบนบัลลังก์ดอกบัว ห้อยพระบาทขวาเหยียบบัวบาน หมายถึง แผ่นดิน พระหัตถ์ซ้ายถือดอกบัวตูม มีเรือนแก้วด้านหลังแท่นรัศมี มีแท่นรองรับตั้งฉัตรบริวาร ๒ ข้าง เป็นสัญลักษณ์ของ พระปรมาภิไธยว่า อานันทมหิดล ซึ่งแปลว่า เป็นที่ยินดีของแผ่นดิน

ตราประจำรัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี

“พระแท่นอัฏทิศ อุทุมพรราชอาสน์” ลักษณะรูปไข่ ประกอบด้วยวงจักร กลางวงจักรมีอักขระ “อุ” รอบๆ มีรัศมี มีความหมายว่า ทรงมีพระบรมเดชานุภาพในแผ่นดิน

10
Cr.Pudit Sukhasvasti

ตราประจำรัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี

10+1

ภาพรอยประทับพระราชลัญจกร พร้อมพระปรมาภิไธย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

ตราพระราชลัญจกรนี้ ตั้งแต่ รัชกาลที่ ๖ จนถึงปัจจุบัน สร้างขึ้นเพื่อใช้ประทับกำกับพระปรมาภิไธย ในต้นเอกสารสำคัญส่วนประองค์ ไม่เกี่ยวกับราชการแผ่นดิน

ที่มา www.mthai.com , ภาพจาก: sites.google.com/site/yaovapakie3011

ขออภัย!

ไม่อนุญาติให้แสดงความคิดเห็นในบทความนี้