ดอกไม้ พวงมาลัย

ดอกไม้ที่ใช้ร้อยมาลัย ตัวอย่างพวงมาลัย – ความรู้เกี่ยวกับพวงมาลัย

Home / สาระความรู้ / ดอกไม้ที่ใช้ร้อยมาลัย ตัวอย่างพวงมาลัย – ความรู้เกี่ยวกับพวงมาลัย

พวงมาลัย คือการนำดอกไม้ กลีบดอกไม้ และใบไม้ต่างๆ มาร้อยเรียงกันเป็นพวงมีลักษณะต่างๆ สำหรับคนไทยเรานั้นเห็นพวงมาลัยในชีวิตประจำวันหลากหลายแบบ เช่น พวงมาลัยไหว้พระ พวงมาลัยห้อยหน้ารถยนต์ พวงมาลัยสวยงามห้อยคอต้อนรับผู้มาเยือน ฯลฯ ซึ่งในบทความนี้เรามี ความรู้เกี่ยวกับพวงมาลัย และตัวอย่างการร้อยพวงมาลัย

ความรู้เกี่ยวกับพวงมาลัย

การแบ่งประเภทหรือชนิดของมาลัย

โดยหลักๆ แบ่งได้ดังนี้

ความรู้เกี่ยวกับพวงมาลัย

1. มาลัย แบ่งตามหน้าที่ใช้สอย

1. มาลัยชายเดียว หมายถึง มาลัยที่มีลักษณะเป็นพวงกลม มีอุบะห้อยเป็นชายเพียงพวงเดียว ซึ่งบางคนอาจเรียกว่า “มาลัยมือ มาลัยคล้องมือ หรือมาลัยคล้องแขน” ก็ได้

ถ้าใช้ในการทูลเกล้าถวาย ก็เรียกว่า “มาลัยข้อพระกร” มาลัยชายเดียวนี้ใช้สำหลับคล้องแขนหรือบูชาพระ

2. มาลัยสองชาย หมายถึง มาลัยที่นิยมผูกต่อริบบิ้นหรือโบว์ทั้งสองชาย และมีอุบะห้อยชายมาลัย ทั้งสองพวงมาลับสองชายนี้ใช้สำหรับคล้องคอบุคคลสำคัญในงานนั้น ๆ ใช้แขวนหน้ารถหรือหัวเรือก็ได้ บางคนอาจเรียกมาลัยชนิดนี้ว่า “มาลัยคล้องคอ” ถ้าใช้คล้องคอเจ้าบ่าว เจ้าสาว ก็เรียกว่า มาลัยบ่าว-สาว

3. มาลัยชำร่วย หมายถึง มาลัยขนาดเล็ก น่ารัก กระจุ๋มกระจิ๋ม สำหรับมอบให้บุคคลจำนวนมาก เป็นของชำร่วย ตอบแทน การขอบคุณที่มาร่วมในงานนั้น ๆ

2. แบ่งตามลักษณะรูปแบบของการร้อยพวงมาลัย

มีดังนี้

1. มาลัยซีก หรือเสี้ยว หมายถึง มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเพียง ครึ่งวงกลมหรือน้อยกว่านั้น ซึ่งมีหลายขนาดด้วยกัน เช่น มาลัยซีกสามหลัก ซีกห้าหลัก ซีกเจ็ดหลัก และซีกเก้าหลัก มาลัยซีกที่ใหญ่ที่สุดคือมาลัยซีกสิบเอ็ดหลัก

2. มาลัยกลม หมายถึง มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเป็นวงกลม รูปทรงตามยาวตรงและขนานกันไปตลอดเข็ม

3. มาลัยแบน หมายถึง มาลัยที่มีลักษณะรูปทรงตามขวางเป็นรูปยาวตามกลีบ ปลายกลีบของด้านตรงข้ามยาวประมาณจดแนวเส้นรอบวง แต่ปลายกลีบของด้านขวาง และด้านตรงข้ามแคบ

4. มาลัยรี หมายถึง มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเป็นรูปรี รูปทรงตามแนวยาวตรงขึ้นไปตลอดเข็ม

5. มาลัยสามเหลี่ยม หมายถึง มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า รูปทรงตามยาวทั้งสามด้านตรงขึ้นไปตลอดเข็ม

6. มาลัยสี่เหลี่ยม หมายถึง มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสรูปทรงตามยาวทั้งสี่ด้าน ตรงขึ้นไปตลอดเข็ม

7. มาลัยตุ้ม หมายถึง มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเป็นรูปวงกลมขนาดเล็กแล้วค่อยๆ ใหญ่ขึ้นทีละน้อย ช่วงกลางปล่องโค้งมนแล้วค่อยๆลดให้เล็กลงทีละน้อยจนมีขาดเท่ากับตอนขึ้นต้น

8. มาลัยตัวหนอน หมายถึง มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเป็นวงกลม จากเล็กและค่อยๆ ใหญ่ขึ้นทีละน้อย ช่วงกลางป่องมน แล้วค่อยๆลดให้เล็กลงจนกระทั่งเล็กเท่ากับตอนขึ้นต้นรูปทรงตามยาวหัวท้ายเรียว ช่วงกลางป่องโค้งมนคล้ายมาลัยตุ้มแต่ยาวกว่า

9. มาลัยตัวหนอนคู่ หมายถึง มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเป็นวงกลมจากเล็กและค่อยๆใหญ่ขึ้นทีละน้อย ช่วงกลางป่องมน แล้วค่อยๆลดให้เล็กลงจนกระทั่งเล็กเท่ากับตอนขึ้นต้นรูปทรงตามยาวหัวท้ายเรียว ช่วงกลางป่องโค้งมนคล้ายมาลัยตุ้มสองตุ้มร้อยต่อในเข็มเดียวกันนั่นเอง

10. มาลัยสามกษัตริย์ หมายถึง มาลัยที่ร้อยด้วยดอกบานไม่รู้โรยกรองเป็นชั้นๆ ขนาดเท่ากันทุกชั้น ร้อยคล้องต่อกันสามวงโดยใช้ดอกบานไม่รู้โรยสามสี คือ สีแดง สีชมพู และสีขาว

11. มาลัยพวงดอกไม้ หมายถึง มาลัยที่ร้อยด้วยดอกไม้เรียงต่อกันเป็นสายยาว แล้วนำมาผูกมัดต่อกันเป็นวง

3. แบ่งตามลักษณะโครงร่างโดยทั่วไป

มีดังนี้ คือ

1. มาลัยตัวสัตว์ หมายถึง มาลัยที่ร้อยให้เป็นรูปร่างลักษณะคล้ายสัตว์ เช่น หนู กระรอก กระแต กระต่าย ชะนี ฯลฯ

2. มาลัยลูกโซ่ หมายถึง มาลัยที่ร้อยจากมาลัยกลมหรือมาลัยซีก แล้วนำเอามาผูก คล้องต่อกันตั้งแต่สองวงขึ้นไปให้มีลักษณะเป็นห่วงๆคล้องกันคล้ายโซ่

3. มาลัยเปีย หมายถึง มาลัยที่ร้อยจากมาลัยกลม และมาลัยตุ้มนำมาประกอบเข้า เป็นพวงโดยเอามาลัยกลมผูกต่อกันเป็นวงอยู่ตรงกลาง ส่วนบนและล่างร้อนต่อด้วย มาลัยตุ้มด้านละ 1 ตุ้ม

4. มาลัยเถา หมายถึง มาลัยที่ร้อยจากมาลัยซึกแล้วนำมาผูกต่อกันเป็นเป็นวงกลมวงละขนาด ตั้งแต่ขนาดใหญ่และค่อยๆเล็กลงตามลำดับ โดยวางเรียงซ้อนกันลักษณะเป็นเถา

5 . มาลัยครุย หมายถึง มาลัยที่ร้อยจากมาลัยกลมขนาดใหญ่ มีอุบะตุ้งติ้ง ห้อยระบายเป็นครุยโดยรอบทั้งด้านในและด้านนอก ใช้สำหรับสวมสะพายจากไหล่ขวามาซ้ายคล้ายกับการห่อสไบเฉียงเมื่อนุ่งโจงกระเบนนั่นเอง

6. มาลัยดอกกล้วยไม้ หมายถึง มาลัยที่ร้อยด้วยดอกกล้วยไม้ล้วนๆเป็นส่วนของตัวมาลัย ไม่ต้องร้อยดอกอย่างอื่นแซมเป็นลวดลายใดๆ ทั้งสิ้น

ดอกไม้และใบไม้ สำหรับร้อยมาลัย

1. ชนิดของดอกไม้และใบไม้ที่ใช้ร้อยมาลัย

ดอกไม้ที่ใช้ร้อยทั้งดอก ได้แก่ ดอกรัก ดอกพุดตูม มะลิตูม บานไม่รู้โรย พุทธชาด เล็บมือนาง เขี้ยวกระแต ชบาหนู ดอกกล้วยไม้ ดอกดาวเรือง ฯลฯ

ดอกไม้ที่ใช้กลีบร้อย ได้แก่ กุหลาบ บานบุรี หงอนไก่ รักเร่ เฟื่องฟ้า แพงพวย ดอกกล้วยไม้ ฯลฯ

ใบไม้ที่ใช้ร้อยมาลัย ได้แก่ ใบกระบือ ใบโกสน ใบแก้ว ใบมะยม ชบาด่าง ใบตองอ่อน กาบพลับพลึง ใบก้ามปู ฯลฯ

ความรู้เกี่ยวกับพวงมาลัย

2. การเก็บรักษาดอกไม้และใบไม้

เทคนิคง่ายๆ สำหรับการดูแลรักษาดอกไม้ที่ควรรู้คือ ควรเก็บตอนเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น หรือตอนพลบค่ำ การตัดใบตองควรตัดทิ้งไว้ล่วงหน้าก่อนใช้เพื่อให้ใบตองนิ่ม โดยผึ่งไว้ในที่ร่ม นอกจากนี้ยังมีการดูแลดอกไม้ตามแต่ละชนิด ดังนี้

  • ดอกกุหลาบ ให้ตัดก้านกุหลาบเฉียง ๆ ในน้ำเพื่อช่วยให้ก้านดูดน้ำได้มากขึ้น ควรใช้กรรไกรคม ๆ ตัดแล้วห่อก้านด้วยใบตองแช่น้ำที่สะอาด ๆ ไว้วางในที่อากาศโปร่งเย็น ไม่มีลมโกรก คอยพรมน้ำอยู่เสมอ
  • ดอกรัก แม้ดอกรักจะดูแข็งแรง แต่ต้องดูแลอยู่บ้างเช่น อย่าพรมน้ำ ใส่ตะแกรงคลุมด้วยผ้าขาวบางที่พรมน้ำพอชื้น
  • ดอกพุดตูม ให้ล้างด้วยน้ำแกว่งสารส้ม ใส่ตะแกรงเกลี่ยไว้ในที่ร่ม
  • ดอกบานไม่รู้โรย ไม่ต้องแก้มัดออก ตัดก้านให้เท่ากันแล้วแช่ก้านไว้ในน้ำ พรมน้ำที่ดอก ใช้ผ้าขาวบางพรมน้ำให้ชุ่มปิดไว้
  • ดอกพุทธชาดและดอกเขี้ยวกระแต ห่อรวมกันแน่น ๆ ใส่กระทงไว้ไม่ต้องพรมน้ำ วางไว้ในที่เย็น
  • ดอกจำปีดอกจำปา เด็ดเกสรข้างในออก ดอกจะไม่บาน ใส่กระทงหรือถ้าต้องการรักษารูปทรงให้เรียงดอกห่อด้วยใบตองแน่นแล้วพรมน้ำ หรือใช้ผ้าขาวบางพรมน้ำคลุมไว้
  • ดอกกล้วยไม้ ไม่ควรพรมน้ำที่ดอก เพราะจะทำให้ดอกเปลี่ยนสี เช่น ดอกแวนด้าสีม่วง จะกลายเป็นสีขาว

ประโยชน์ของมาลัย

มาลัยมีหลายชนิด ใช้ตามโอกาสและความเหมาะสม ดังนี้

1.ใช้สำหรับคล้องคอ เช่น คล้องคอเจ้าบ่าว-เจ้าสาว ในงานแต่งงาน การแสดงความยินดีหรือต้อนรับแขก หรือเป็นเกียรติแก่ผู้มีชัยชนะในการประกวดต่าง ๆ หรือสำหรับมอบให้กับบุคคลผู้มีชื่อเสียง เพื่อเป็นการรับขวัญ หรือเพื่อเป็นการแสดงออกซึ่งความรักและศรัทธา ความนิยมชมชอบ เช่น บุคคลสำคัญ บุคคลดีเด่น หรือดาราที่เป็นขวัญใจประชาชน

2.ใช้สำหรับทูลเกล้าฯ ถวายในการรับเสด็จในการเข้าเฝ้าตามโอกาสที่เหมาะสม ส่วนใหญ่ก็นิยมใช้มาลัยคล้องมือ ที่เรียกว่า มาลัยข้อพระกร หรือใช้สำหรับมอบให้แก่ประธานหรือแขกผู้ใหญ่ในงาน เช่น งานรดน้ำสังข์แก่คู่บ่าวสาว งานมอบประกาศนียบัตร งานมอบทุนต่าง ๆ ซึ่งมักจะใช้มาลัยคล้องมือหรือมาลัยมือถือ

3.ใช้สำหรับเป็นของชำร่วยแก่แขกที่มาในงาน เช่น งานรดน้ำสังข์แก่คู่บ่าวสาวในงานมงคลสมรสที่นิยมใช้คือ มาลัยชำร่วยขนาดเล็กกระจุ๋มกระจิ๋ม หรือมาลัยตัวสัตว์ขนาดเล็กก็น่ารักและสวยงามดี

4.ใช้ห้อยแทนเฟื่องดอกรัก เช่น มาลัยแบน มาลัยกลม มาลัยตัวหนอน และมาลัยรี

5.ใช้บูชาพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ เช่น มาลัยชายเดียว หรือมาลัยสองชาย จะใช้ขนาดพวงเล็กใหญ่ขนาดใดย่อมแล้วแต่ความเหมาะสมเป็นสำคัญ

6.ใช้แขวนหรือห้อยประดับเครื่องดนตรีไทยในเวลาที่จะเล่น นอกจากนั้นยังเป็นการกราบระลึกถึงครูบาอาจารย์ผู้ที่ให้ความรู้และอีกประการหนึ่งก็เป็นมิ่งขวัญกำลังใจอีกด้วย ที่นิยมใช้ก็คือมาลัยซีก หรือมาลัยกลมขนาดเล็กมีอุบะห้อยเป็นชาย

7.ใช้ในการประกอบท่ารำของการรำไทยบางชุด เช่น ฟ้อนมาลัย รจนาเสี่ยงพวงมาลัย หรือชุดเจ้าเงาะรจนา ฯลฯ ซึ่งก็นิยมใช้มาลัยชายเดียวพวงขนาดเล็ก อาจจะเป็นมาลัยซีกหรือมาลัยกลมก็ได้

8.ใช้ในพิธีบวงสรวงเทพยดาต่าง ๆ เช่น พิธีบวงสรวง พิธีแก้บน มักจะนิยมใช้มาลัยชายเดียว มาลัยสองชาย หรือมาลัยพวงดอกไม้ก็ได้ เช่น มาลัยสามสี มาลัยเจ็ดสีเจ็ดศอก

9.ใช้สำหรับตกแต่งรัดมวยผม เช่น มาลัยซีกดอกมะลิ หรือมาลัยซีกกลีบกุหลาบ

10.ใช้ประดิษฐ์เป็นดอกไม้สำหรับจัดแจกัน หรือจัดตกแต่งสถานที่ต่าง ๆ เช่น มาลัยตุ้มใส่ก้านแข็งมาลัยซีกผูกมัดเป็นดอกไม้

11.ใช้ในการคารวะผู้ที่เคารพนับถือ ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว เช่น ห้อยคล้องกรอบรูป ซึ่งมักจะนิยมใช้มาลัยสองชายริบบิ้นสีดำหรือขาว

12.ใช้ในการประดับตกแต่งงานดอกไม้สดต่าง ๆ เช่น มาลัยกลม มาลัยแบน มาลัยตัวหนอน มาลัยลูกโซ่ ฯลฯ

13.ใช้ในการตกแต่งสิ่งต่าง ๆ บางโอกาส เช่น รัดฐานพระพุทธรูป รัดธูปเทียนแพ รัดเอวโกศ ฯลฯ ส่วนใหญ่นิยมใช้มาลัยซีก มาลัยกลม และมาลัยแบน

14.ใช้แขวนหรือห้อยหน้ารถ หัวเรือ รูปปั้นอนุสาวรีย์บุคคลสำคัญ หรือสิ่งที่เคารพบูชาต่าง ๆ ส่วนใหญ่นิยมใช้มาลัยสองชายหรือมาลัยชายเดียว

15.ใช้ในการตกแต่งประดับเวที หรือสถานที่ในงานพิธี เช่น ตกแต่งเวทีที่ประทับในงานพระราชทานปริญญาบัตร ตกแต่งโต๊ะอาหารในงานเลี้ยงรับรองพิธีใหญ่ ๆ ตกแต่งโต๊ะอาหารในงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส ฯลฯ

ตัวอย่างพวงมาลัยแบบต่างๆ

ความรู้เกี่ยวกับพวงมาลัย

ความรู้เกี่ยวกับพวงมาลัย

ที่มา poopesirinapa.blogspot.com , sites.google.com/somvaleekijchvee

บทความแนะนำ