ตกจากที่สูง วิธีเอาตัวรอด เทคนิค

2 เทคนิคเอาตัวรอด เมื่อเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน | พลาดตกจากที่สูง

Home / สาระความรู้ / 2 เทคนิคเอาตัวรอด เมื่อเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน | พลาดตกจากที่สูง

ไม่ว่าจะเป็นการพลาดตกจากหน้าต่างหรือตกจากเครื่องบิน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายและไม่ดีเอามาก ๆ เลย เพราะไม่ว่าจะระดับความสูงเท่าไหร่ก็ทำให้เราบาดเจ็บได้ หรือไม่ก็อาจจะถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นในบทความนี้ แคมปัส-สตาร์ ก็มี 2 เทคนิคในการตกจากที่สูงมาบอกเพื่อน ๆ กันด้วย (แต่ทั้งนี้เพื่อน ๆ ก็ต้องมีสติด้วยนะ) ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย…ว่าจะมีเทคนิคอะไรกันบ้าง

2 เทคนิคเอาตัวรอด เมื่อพลาดตกจากที่สูง

1. หากพลาดตกจากหน้าต่าง

เมื่อเราเกิดพลาดตกจากหน้าต่าง อันดับแรกก็คือการพยายามหาอะไรมายึดเกาะเอาไว้ ซึ่งมันจะช่วยทำให้เราหยุดอยู่นิ่ง ๆ ได้สักพัก และถ้ามีกันสาดอยู่ทางด้านล่าง ไม่ว่าจะเป็นพลาสติกหรือเป็นกระจกก็สามารถช่วยหยุดการตกไปกระแทกกับพื้นด้านล่างของเราได้

ทั้งนี้อาจจะฟังดูเป็นเรื่องตลกหรือเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ แต่ในขณะที่เรากำลังตกลงมาอยู่นั้นให้เราพยายามที่จะผ่อนคลายกล้ามเนื้อไม่ให้ตึงจนเกินไป โดยการงอเข่า (พอประมาณ) และยึดเข่าติดกัน วิธีนี้จะช่วยทำให้ขาทั้งสองข้างแตะลงพื้นพร้อม ๆ กัน และช่วยลดแรงกระแทกกับพื้นด้านล่างได้ นอกจากนี้ให้พยายามใช้ปลายเท้าแตะพื้นดิน และควรลงมาในลักษณะขาตรง หรือแยกขาออกจากัน

เมื่อใกล้ลงถึงพื้นดินแล้วให้เรากุมศรีษะของตนเองด้วยแขนทั้งสองข้าง ซึ่งงการโอบศรีษะด้วยแขนจะช่วยป้องกันไม่ให้ศรีษะของเรากระแทกกับพื้น ทำให้เราลดอาการบาดเจ็บได้ แต่ถ้าเราตกลงมาอยู่ในท่านอนอย่าพยายามขยับตัวโดยเด็ดขาด ให้นอนรอความช่วยเหลือจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่ามีกระดูกส่วนใหญ่หักไปบ้าง

2. ตกจากเครื่องบิน

การตกจากความสูงมากถึง 33,000 ฟุต จะใช้เวลาในการตกประมาณ 3-6 นาที และมีความเร็วอยู่ที่ 120 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งบอกได้คำเดียวเลยว่าโอกาสในการรอดชีวิตนั้นน้อยมาก แต่ก็ดีกว่าไม่ยอมทำอะไรเลย เพราะมันอาจจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นมาก็ได้

โดยประการแรกเลยก็คือ จำเอาไว้ว่าผู้ที่นั่งอยู่ในส่วนของหางเครื่องบิน มีโอกาสรอดชีวิตมากกว่าการนั่งที่ส่วนอื่น ๆ ของเครื่องบิน หากมีบางอย่างเกิดขึ้นบนเครื่องบินที่เราโดยสารมานั้น เช่น การวางระเบิด หรือเครื่องบินเกิดความขัดข้องขึ้นมา ฯลฯ ให้เราพยายามขดตัวให้ต่ำมากที่สุดหรือขดตัวอยู่ในที่นั่งของตนเอง เพื่อความปลอดภัยและจะทำให้เราได้รับออกซิเจนที่ใช้ในการหายใจได้อย่างเต็มที่

ทั้งนี้เมื่อเราจำเป็นที่จะต้องกระโดดลงมาจริง ๆ ให้เราทำท่าทางเหมือนนักกระโดดร่มคือ การเหยียดขาและแขน ซึ่งจะเป็นวิธีในการชะลอความเร็วในการตกถึงพื้นของตนเองได้ พุ่งตัวลงไปในแนวตรง โดยในการเคลื่อนตัวไปข้างหลังให้งอขาเหมือนว่าต้องการให้ศรีษะสัมผัสกับส้นเท้า การเคลื่อนไปทางขวาให้เราลดไหล่ขวาลงและงอร่างกานไปทางขวา

อย่าพยายามร่อนลงในแม่น้ำเด็ดขาด! ถึงว่าเราจะว่ายน้ำเป็นก็ตาม เพราะการที่คนตกลงไปจากที่สูงมาก ๆ เมื่อกระทบกับน้ำบอกได้เลยว่าเหมือนกับเราเอาตัวและหน้าไปกระแทกกับคอนกรีตโอกาสรอดก็จะลดน้อยลงไป ให้เราเปลี่ยนไปลงในทุ่งหญ้า ต้นไม้ หรือพุ่มไม้จะดีกว่า แต่ในทางกลับกันโอากาสในการถูกแทงด้วยต้นไม้ก็มีความเสี่ยงสูงมากเช่นกัน ดังนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือการตกลงไปในหิมะหรือกองหญ้า

ปล. สิ่งที่เราได้นำมาบอกเพื่อน ๆ นั้น ไม่ใช่สิ่งที่เราควรไปทดลองทำ เพราะมันอาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ แต่มันเป็นทริคที่จะช่วยทำให้เราสามารถเอาตัวรอดได้เมื่ออยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ทั้งนี้เราจะต้องมีสติด้วยนะ)

Written by : Toey

ที่มา : brightside.mewww.scholarship.in.th

บทความแนะนำ