แฮร์รี่ พอตเตอร์ มนต์เสน่ห์ที่เป็นคนธรรมดา

Home / บันเทิง / แฮร์รี่ พอตเตอร์ มนต์เสน่ห์ที่เป็นคนธรรมดา

เหตุผลเดียวที่ Harry Potter and The Goblet of Fire เป็นหนังเรตติ้ง พีจี 13 (แปลว่าไม่เหมาะสมสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 13 และพ่อแม่ควรให้การดูแลระหว่างชมภาพยนตร์) เพราะว่าเนื้อหาในเรื่อง เป็นเรื่องราวของเด็กวัยรุ่นที่กำลังจะโตเป็นผู้ใหญ่ ที่ต้องผ่านการค้นหาตัวเอง ความรักหนุ่มสาว เพศ และเรื่องบ้าๆ บอๆ แบบวัยรุ่น

แฮร์รี่ พอตเตอร์ มนต์เสน่ห์ที่เป็นคนธรรมดา

ก็เหมือนกับที่ แฮร์รี่ ต้องย้ำว่ากับ ริต้า สกีตเตอร์ นักข่าวตัวแสบ(ที่เข้าใจเองว่าแฮร์รี่อายุ 12 ตลอดเวลา) ว่า “ผมอายุ 14 แล้วนะ”

เช่นเดียวกับเนื้อหาในหนังภาคนี้แหละ ก็ในเมื่อตัวเอกอายุ 14 แล้วจะให้เรื่องจมอยู่กับทิศทางเดิมๆ ได้อย่างไร

ไมค์ นีเวล เป็นผู้กำกับฯอังกฤษคนแรกที่ได้กำกับหนังจากวรรณกรรมอังกฤษเรื่องนี้ ด้วยความเป็นอังกฤษและความถนัดในหนังที่เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ของคนทำให้ได้มุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับแฮร์รี่อีกเยอะ

แฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาคที่ผ่านๆ มาจะเกี่ยวกับโลกของเวทมนตร์ เรื่องลึกลับและการสืบเรื่องราวลึกลับของกลุ่มตัวเอก แฮร์รี่ พอตเตอร์, รอน วีสลีย์ และเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์

แต่ใน The Goblet of Fire นั้นเวทมนตร์และความมหัศจรรย์ต่างๆ ถูกลดทอนความสำคัญลงไปเยอะ แต่หันไปให้ความสำคัญกับเรื่องธรรมดาๆ ของนักเรียนโรงเรียนประจำอย่าง วีรกรรมห่ามๆ การเม้าธ์(เรื่องสาวๆ) ในห้องเรียน งานเลี้ยง การแข่งขันกีฬา แต่ผลที่ได้กลับเป็นการสร้างเลือดเนื้อให้กับตัวละครและเสน่ห์ให้กับตัวหนังอีกโข

แม้แต่ในบทเล็กๆ อย่าง เนวิล ลองบอทท่อม เด็กเอ๋อประจำห้องหรือคู่แฝดพี่ชายคนโตของรอนที่ถูกหนังภาคก่อนๆ ละเลยในภาคนี้ก็เป็นส่วนสำคัญในการสร้างสีสันให้กับเรื่อง รวมถึงเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ของแฮร์รี่ก็เป็นส่วนสำคัญในการสร้างบรรยากาศให้คนดูรู้สึกจริงๆ ว่าฮอกวอร์ตเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่และพวกของแฮร์รี่ก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของโรงเรียนเท่านั้น ที่สำคัญยังมีคนที่ป๊อปปูล่าร์กว่าแฮร์รี่อีกเยอะ

การได้ชื่อว่า เป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวโวลเดอมอร์ อาจจะทำให้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กลายเป็นคนดังขึ้นมาบ้าง แต่จริงๆ แล้วชีวิตในโรงเรียนของแฮร์รี่ก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นนัก การคบกับเด็กแหยๆ อย่าง รอน วีสลีย์ และเด็กเรียนเก่งแต่ขี้งกที่ไม่ค่อยมีคนคบอย่าง เฮอร์ไมโอนี่ ก็บอกเป็นนัยๆ ว่าสถานะในโรงเรียนของแฮร์รี่เป็นยังไง ถึงอย่างนั้นเขาพอใจที่ได้เป็นคนธรรมดาๆ ที่คบเพื่อนธรรมดาๆ ไม่ต้องแบกรับภาระของการเป็นคนดังที่ต้องรักษาฟอร์มตลอดเวลา

แต่เหตุการณ์ก็กลับตาลปัตรเมื่อแฮร์รี่ได้รับเลือกเข้าร่วมแข่งการประลองเวทย์ไตรภาคีสุดอันตราย ระหว่างฮอกวอร์ตและโรงเรียนอีกสองแห่งอย่างมีเงื่อนงำเพราะการแข่งกำหนดไว้สำหรับนักเรียนอายุ 17 ปีเท่านั้น ซึ่งเขาเองไม่เคยคิดแม้แต่จะส่งชื่อเข้าร่วมคัดเลือก แถมงานนี้เนื่องจากเป็นพันธสัญญาเวทมนตร์ของถ้วยอัคนีทำให้แฮร์รี่ไม่สามารถปฏิเสธการเข้าร่วมได้

นอกจากนี้ ยังโดนหนังสือพิมพ์ลงข่าวผิดออกไปจากความเป็นจริงแบบคนละทิศละทางว่าที่เขาอยากสมัครเข้าแข่งเพราะต้องการชื่อเสียง จนเพื่อนๆ รวมถึงรอนคิดว่าแฮร์รี่เป็นพวกอยากดังและต้องการเรียกร้องความสนใจ จากคนเพื่อนเยอะแฮร์รี่เลยกลายเป็นคนเพื่อนน้อยไปในทันที แถมยังเข้าหน้าใครไม่ติดเลยสักคน

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะเรื่องน่ากลัวที่สุดสำหรับแฮร์รี่กลับเป็นการโตเป็นวัยรุ่นและเรื่องธรรมดาๆ อย่างการเอ่ยปากชวน โช เชง สาวในฝันไปงานเต้นรำ

สิ่งที่น่าสนุกเหมือนเดิมก็คือโลกของพ่อมดที่เต็มไปด้วยเรื่องคาดไม่ถึงและเหตุการณ์สนุกๆ อย่างเรื่องเต๊นท์เวทมนตร์ของครอบครัววีสลีย์ ที่ข้างนอกเล็กนิดเดียวแต่ข้างในใหญ่โตเป็นบ้านขนาดย่อมๆ, ปากกาของริต้า สกีตเตอร์ ที่ลอยไปลอยมาและจดตามคำสั่งของเจ้าของตลอดเวลา พาหนะของโรงเรียนคู่แข่งที่เป็นเรือดำน้ำ (เรือดำน้ำจริงๆ!!) และรถเทียมม้าเปกาซัส ฯลฯ

รวมถึงการปรากฏตัวครั้งแรกของตัวร้ายคนสำคัญของเรื่อง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่พลิกผันและน่ากลัว สำหรับความวิปริตและการมารวมตัวกันของเหล่าร้าย และยังเป็นฉากสุดท้ายที่มีการดวลเวทมนตร์กันแบบสุดระทึก

สำหรับคนที่ชอบเรื่องลึกลับและการหักมุม The Goblet of Fire อาจจะอ่อนไปบ้าง เพราะเรื่องราวไม่ลึกลับและซับซ้อนซ่อนเงื่อนเท่าไร บางครั้งก็ขาดความสมจริงสมจังไปบ้าง ลองคิดดูละกันว่าถ้ามีผู้ก่อการร้ายระดับโอซาม่า บินลาเดน มาป่วนโรงเรียนประจำที่คุณอยู่สถานการณ์จะเป็นอย่างไร แต่สำหรับฮอกวอร์ต ทุกอย่างก็ยังดำเนินไปตามปกติดี

ในตอนจบใครที่ไม่เคยอ่านหนังสืออาจจะหงุดหงิดนิดๆ เพราะเรื่องราวต่างๆ ในภาคนี้ยังไม่คลี่คลาย จนต้องเก็บความอึดอัดไว้รอความกระจ่างในภาคที่ 5

ถึงอย่างนั้นนี่ก็เป็น แฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาคที่สนุกที่สุดจากทั้ง 4 ภาค