3 เทคนิควิธีเขียน Writing IELTS พร้อมโครงสร้างการเขียนที่นำไปอัพคะแนนได้!

Home / ข่าวประชาสัมพันธ์ / 3 เทคนิควิธีเขียน Writing IELTS พร้อมโครงสร้างการเขียนที่นำไปอัพคะแนนได้!

สำหรับผู้ที่เคยสอบ IELTS มาก่อนหรือกำลังเตรียมตัวสอบอยู่ พาร์ท Writing น่าจะเป็นพาร์ทที่ทำเอาหลายคนกังวลใจ ไม่รู้ต้องฝึกฝนอย่างไร หรือจับต้นชนปลายไม่ถูก ภายในบทความนี้ได้รวบรวม 3 เทคนิควิธีเขียน Writing IELTS ที่จะมาช่วยจัดการระบบความคิด และทำให้การฝึกฝนพาร์ท Writing ง่ายขึ้น แต่ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจตัวข้อสอบ IELTS Writing Task ภาพรวมกันสักนิด ในส่วนของพาร์ทเขียนนี้ ผู้เข้าสอบจะต้องเขียนบทความออกมา 2 บทความ ภายในเวลา 60 นาทีด้วยกัน โดยความแตกต่างของการเขียนสองบทความนี้คือ

IELTS Writing Task 1: กำหนดให้เขียนขั้นต่ำ 150 คำ แนะนำให้ใช้เวลา 20 นาที

บรรยายข้อมูลจากกราฟ ตารางหรือแผนภูมิต่าง ๆ บรรยายตามจริงเน้นลำดับเหตุการณ์ให้เข้าใจชัดเจน

IELTS Writing Task 2: กำหนดให้เขียนขั้นต่ำ 250 คำ แนะนำให้ใช้เวลา 40 นาที

เขียนเรียงความแสดงความคิดเห็น เปรียบเทียบ โต้แย้ง ยกเหตุผลหรือตัวอย่างมาสนับสนุนความคิดเห็นของตัวเอง

3 เทคนิควิธีเขียน Writing IELTS

พร้อมโครงสร้างการเขียนที่นำไปอัพคะแนนได้!

1. ขั้นตอนการเขียน IELTS Writing Task 1

สำหรับโจทย์ของ IELTS Writing Task 1 จะเป็นการบรรยายข้อมูลจากกราฟ ตารางหรือแผนภูมิต่าง ๆ ไม่ว่า จะเจอข้อมูลแบบไหน สิ่งที่โจทย์ต้องการจะเหมือนกัน คือ หา Main Features คือให้ดูว่าจากโจทย์ มีเทรนด์อะไรเกิดขึ้นบ้าง แนวโน้มของกราฟมีจุดเด่นตรงไหน สิ่งสำคัญคือน้อง ๆ ไม่ต้องเขียนบรรยายทั้งหมด แต่ให้เลือกสิ่งที่โดดเด่นขึ้นมา จากนั้นให้รวบรวมข้อมูลเหล่านั้นมาบรรยาย และทำการเปรียบเทียบ ที่ต้องมีชุดคำศัพท์ Linking Words and Phases จะช่วยให้การเขียนเปรียบเทียบเห็นภาพชัดเจน และทำให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่ายขึ้น

2. สำหรับ Writing Task 2 ให้วางแผนก่อนเขียนด้วยเทคนิคการเขียน ‘4-Paragraph Essay Structure’

ผู้เข้าสอบสามารถเขียนเรียงความเชิงวิชาการในข้อสอบ IELTS ได้ไม่ยาก หากมีการวางแผน และหลักการเขียน ด้วยเทคนิคการเขียน Essay พื้นฐานอย่าง ‘4-Paragraph Essay Structure’ ซึ่งเป็นเทคนิควิธีเขียน Writing IELTS ที่จะช่วยจัดระบบความคิด ได้เขียนสิ่งที่สำคัญและจำเป็นลงไป ทั้งยังช่วยครอบคลุมคำตอบได้ดี  โดยสามารถแบ่งการเขียนออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้

Paragraph 1 : Introduction 

เริ่มจากการเขียนทบทวนโจทย์คำถามก่อน หรือที่เรียกว่าการ Paraphrasing จากนั้นให้เกริ่นว่าบทความที่น้อง ๆ จะเขียนเป็นไปในทิศทางไหน หรือที่เรียกว่า Thesis Statement (การกำหนดกรอบของเนื้อหา) เพื่อให้ผู้อ่านได้จำประเด็นได้ถูกว่าบทความที่กำลังจะเขียนต่อไปจะเป็นการโต้แย้ง การวิเคราะห์ หรือการให้ข้อมูล

Paragraph 2 : Main Body

Topic Sentence: ประโยคใจความสำคัญของย่อหน้านี้ ทำการไกด์ผู้อ่านก่อนลงรายละเอียด

  • Explanation: เขียนลงรายละเอียด ขยายความคิดเห็นของเรา
  • Example: จากนั้นให้ยกตัวอย่างในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพได้ชัดเจน

Paragraph 3 : Main Body

  • Topic Sentence: ย่อหน้าต่อไปก็ให้ขึ้นต้นด้วยประโยคใจความสำคัญเหมือนเดิม
  • Explanation: ตามด้วยการลงรายละเอียด
  • Example: และยกตัวอย่าง อย่าง ผลงานวิจัยต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนแนวความคิดของเราให้แน่นขึ้น

Paragraph 4 : Conclusion

ปิดท้ายเรียงความด้วยบทสรุป โดยให้นำ Topic Sentence ของย่อหน้าก่อนหน้านี้มาเชื่อมโยงกับ Thesis Statement เพื่อเป็นการตอกย้ำแนวความคิดและเป็นการสรุปรวบรวมเรื่องราวทั้งหมดอีกครั้ง

3. เตรียมตัวเรื่องการใช้ Linking Words, Phases และ Vocabulary

Linking Words and Phases คือการเชื่อมโยงคำและวลีในภาษาอังกฤษ ช่วยให้งานเขียนเชิงวิชาการอ่านแล้วลื่นไหล มีความต่อเนื่องของลำดับความคิด และช่วยเพิ่มคะแนนได้เป็นอย่างดี เพราะ Linking Words จะช่วย ‘เชื่อม’ ต่อประโยคที่แสดงความแตกต่าง การเปรียบเทียบ การคาดคะเน และอีกหลากหลายรูปแบบของประโยคเข้าด้วยกัน ช่วยให้การสื่อสารชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงการใช้คำศัพท์อย่างเหมาะสม ก็สามารถทำให้ผู้ตรวจเห็นถึงศักยภาพทางด้านภาษาของเราได้

สุดท้ายนี้สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับวิธีเขียน Writing IELTS คือการฝึกฝน ยิ่งใช้เวลากับการฝึกฝนมากเท่าไหร่ รับรองว่าจะสามารถคว้าคะแนนดี ๆ มาได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าใครกำลังมองหาคอร์สติว IELTS ทุกพาร์ท สามารถปรึกษากับ Interpass เพื่อเตรียมตัวสอบ IELTS ได้ที่ Line: @interpass