ข้อควรรู้ ก่อนเดินทางไปเที่ยวประเทศบรูไน

Home / สาระความรู้ / ข้อควรรู้ ก่อนเดินทางไปเที่ยวประเทศบรูไน

บรูไน (Brunei) หรือชื่อทางการคือ เนการาบรูไนดารุสซาลาม (Negara Brunei Darussalam) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชายฝั่งทางด้านเหนือจรดทะเลจีนใต้ พรมแดนทางบกที่เหลือจากนั้นถูกล้อมรอบด้วยรัฐซาราวะก์ มาเลเซียตะวันออก และสำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่กำลังวางแผนจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศบรูไนอยู่ละก็ ต้องลองมาอ่านข้อมูลเหล่านี้กันก่อนเลย ได้แก่ ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับบรูไน ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางในประเทศ และข้อควรรู้ที่ไม่ควรทำในประเทศบูรไนโดยเด็ดขาด รายละเอียดดังนี้

สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติภายในประเทศบรูไน

ข้อมูลทั่วไปของบรูไน

1. สภาพภูมิอากาศของบรูไนค่อนข้างร้อนชื้น ฝนตกชุกตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ย 28-32 องศาเซลเซียส

2. เขตเวลาของบรูไน คือ GMT+8 คือเร็วกว่าเวลาของประเทศไทย 1 ชั่วโมง

3. ภาษามาเลย์เป็นภาษาประจำชาติของบรูไน แต่ชาวบรูไนสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี

4. ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติของบรูไน (นิกายสุหนี่)

5. บรูไนมีประชากรประมาณ 400,000 คน โดยร้อยละ 67 เป็นชาวมุสลิม

6. ประเทศบรูไน ใช้เงินสกุลดอลลาร์บรูไน (Brunei Dollar) มีอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 1.33 ดอลลาร์บรูไนต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 25-26 บาทต่อ 1 ดอลลาร์บรูไน ทั้งนี้ บรูไนมีความตกลงแลกเปลี่ยนเงินกับสิงคโปร์ เงินดอลลาร์สิงคโปร์มีมูลค่าเท่ากับเงินดอลลาร์บรูไนและสามารถใช้แทนกันได้

7. รหัสโทรศัพท์ – รหัสประเทศของบรูไน คือ +673

8. บรูไนใช้กระแสไฟฟ้า 220-240 โวลต์ ปลั๊กไฟเป็นแบบเต้าเสียบ 3 ขา (แบบอังกฤษ)

9. น้ำประปาในบรูไนไม่สามารถใช้ดื่มได้

10. หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินของบรูไน ได้แก่ รถพยาบาล 991, ตำรวจ 993, ดับเพลิง 995, กู้ภัย 998

11. บรูไน มีรถประจำทางสาธารณะหลายสายแต่จำนวนเที่ยวรถไม่มากเท่าไรนัก ค่าโดยสารเที่ยวละ 1 ดอลลาร์บรูไนตลอดสาย

12. บรูไน มีรถแท็กซี่สำหรับใช้เดินทางในเมือง โดยค่าบริการต่อเที่ยวค่อนข้างแพง (เที่ยวละประมาณ 20 – 50 ดอลลาร์บรูไนขึ้นกับระยะทาง) และไม่สามารถเรียกได้ตามท้องถนน ต้องโทรศัพท์เรียกเท่านั้น

บรูไน

ข้อควรระวังในการเดินทางเข้าบรูไน

1. บุคคลสัญชาติไทยที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในบรูไน จะได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา 14 วัน แต่หากเดินทางมาเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ต้องดำเนินเรื่องขอรับการตรวจลงตราที่สถานเอกอัครราชทูตบรูไนประจำประเทศไทยเสียก่อน

2. เมื่อเดินทางถึงบรูไน ต้องกรอกแบบฟอร์มของสำนักตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรบรูไน (ซึ่งจะมีแจกบนเครื่องบิน) ให้เรียบร้อยเพื่อยื่นต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่ศุลกากรก่อนเข้าเมือง

3. ผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมสามารถนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าประเทศบรูไนได้ไม่เกิน 2 ขวด (ขวดละไม่เกิน 1 ลิตร) และเบียร์ 12 กระป๋องต่อการเดินทางเข้าประเทศ 1 ครั้ง และเพื่อวัตถุประสงค์ในการบริโภคส่วนบุคคลเท่านั้น การนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าบรูไนต้องแจ้งและสำแดงต่อเจ้าพนักงานศุลกากรทราบทุกครั้ง ซึ่งหากเดินทางเข้าบรูไนด้วยเครื่องบินโดยสาร จะต้องกรอกแบบฟอร์มสำแดงและยื่นต่อศุลกากรที่ท่าอากาศยานที่ช่องทางสำแดง (ช่องสีแดง) หากไม่สำแดงจะได้รับการลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากรบรูไน

4. สินค้าอื่นๆ ที่มีข้อจำกัดในการนำเข้าประเทศบรูไน ได้แก่

  • บุหรี่ นำเข้าได้ครั้งละไม่เกิน 200 มวน (หรือยาสูบ 250 กรัม) โดยต้องสำแดงต่อศุลกากรและต้องชำระภาษีบุหรี่ในอัตรามวนละ 25 เซนต์บรูไน
  • น้ำหอม นำเข้าได้ไม่เกิน 60 มิลลิลิตรต่อครั้ง

5. ผู้เดินทางที่จะนำเงินติดตัวเข้าหรือออกจากประเทศบรูไนที่มีมูลค่าเกินกว่า 15,000 ดอลลาร์บรูไน (หรือประมาณ 360,000 บาท) ต้องสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรบรูไนด้วย

————————————————-

ข้อควรระวังในบรูไน ที่ไม่ควรทำ

1. ห้ามใช้นิ้วชี้ในการชี้คนหรือสิ่งของใดๆ เนื่องจากถือเป็นกิริยาที่ไม่สุภาพอย่างมาก ตามธรรมเนียมปฏิบัติชาวบรูไนจะใช้นิ้วหัวแม่มือข้างขวาแทนนิ้วชี้ในทุกกรณีไม่ว่าจะชี้บุคคลหรือสิ่งของ

2. ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะโดยเด็ดขาด กฎหมายบรูไนอนุญาตให้ชาวต่างชาติหรือผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมสามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในที่พักส่วนตัวเท่านั้น

3. ก่อนเข้าไปในศาสนสถานจะต้องถอดรองเท้าก่อนทุกครั้ง หากไม่ใช่คนมุสลิมให้เดินในบริเวณที่จัดให้เท่านั้น ทั้งนี้สำหรับสุภาพสตรีที่ไม่ใช่มุสลิมจะมีชุดคลุมยาวสีดำจัดไว้ให้สำหรับสวมทับก่อนเข้าไปในศาสนสถานนั้นๆ

4. ห้ามถ่ายรูปภายในศาสนสถานโดดเด็ดขาด

5. ในการทักทายกันให้ใช้การสัมผัสมือ หลังจากปล่อยมือแล้วให้นำมือนั้นมาแตะบริเวณหัวใจเพื่อเป็นการให้เกียรติ ทั้งนี้ชาวมุสลิมบรูไนที่เคร่งครัดบางคนจะไม่สัมผัสมือกับเพศตรงข้าม ดังนั้นในการทักทายชาวมุสลิมบรูไนเพศตรงข้าม จึงควรรอให้ฝ่ายบรูไนยื่นมือมาก่อน

6. ในการส่งของหรือรับของควรใช้มือขวาเท่านั้น แต่สามารถใช้มือซ้ายช่วยประคองได้

7. เมื่อได้รับการเชื้อเชิญให้รับประทานอาหาร หากไม่รับประทานให้กล่าวขอบคุณและใช้มือสัมผัสที่ภาชนะอาหาร

8. การแต่งกายในที่สาธารณะ สุภาพสตรีควรแต่งกายสุภาพ มิดชิด ไม่ควรใส่ชุดที่พอดีตัวจนเกินไป และควรหลีกเลี่ยงการสังสรรค์ในหมู่สุภาพบุรุษจำนวนมาก

9. การแต่งกายควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีเหลือง เนื่องจากเป็นสีของสถาบันพระมหากษัตริย์ของบรูไน และควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าลายรูปสัตว์หรือการให้ของขวัญที่มีรูปสัตว์

10. สีดำถือเป็นสีพิธีการของบรูไน หากจะเข้าร่วมพิธีใดที่เป็นทางการ สุภาพสตรีควรแต่งชุดสีดำที่มิดชิด หากเป็นไปได้ควรเป็นเสื้อแขนยาวและกระโปรงยาวคลุมข้อเท้า

11. ในทุกวันศุกร์ ระหว่างเวลา 12.00 – 14.00 น. ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ร้านค้าทุกแห่งจะปิดการให้บริการชั่วคราวตามกฎหมาย ควรวางแผนล่วงหน้าหากต้องรับประทานอาหารกลางวันนอกสถานที่

12. ในช่วงเดือนรอมฎอน ชาวมุสลิมจะถือศีลอดตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก ดังนั้นในช่วงเวลาดังกล่าว ห้ามดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารในที่สาธารณะโดยเด็ดขาด ผู้ที่มิใช่มุสลิมต้องดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารในสถานที่ส่วนบุคคลเท่านั้น ร้านอาหารจะไม่ให้บริการสำหรับการรับประทานในร้าน ต้องซื้อกลับมารับประทานในสถานที่ส่วนบุคคลเท่านั้น

13. ห้ามบีบแตรรถยนต์ หากไม่ใช่กรณีสุดวิสัย เพราะชาวบรูไนถือว่าการบีบแตรเป็นการเสียมารยาทอย่างมาก

14. หากมีขบวนเสด็จขับสวนทางหรือขับผ่านและมีรถจักรยานยนต์ตำรวจนำโบกให้จอดรถ ต้องหยุดรถและจอดชิดข้างทางด้านซ้ายทันที รอให้ขบวนเสด็จผ่านไปแล้วจึงออกรถได้

15. ตามธรรมเนียมปฎิบัติของผู้ขับขี่รถยนต์ในบรูไน ผู้ขับขี่รถยนต์จะหยุดรถตรงทางม้าลายให้คนข้ามก่อนเสมอ

16. ตามธรรมเนียมปฎิบัติของผู้ขับขี่รถยนต์ในบรูไน การกระพริบไฟหน้ารถถือว่าเป็นการให้ทาง

 

ข้อมูลจาก : http://www.thaiembassy.org/bsb/th/home