ทำไงดี..พ่อแท้ๆ ของหนู ก็เป็นพ่อของลูกหนูด้วย!! เสียงจากผู้หญิงที่ตั้งท้องเมื่อไม่พร้อม

Home / เรื่องทั่วไป / ทำไงดี..พ่อแท้ๆ ของหนู ก็เป็นพ่อของลูกหนูด้วย!! เสียงจากผู้หญิงที่ตั้งท้องเมื่อไม่พร้อม

นี่คือเรื่องราวของดาว ในหนังสือ มีเรื่องอยากเล่าให้ฟัง : เสียงจากผู้หญิงที่ตั้งท้องเมื่อไม่พร้อม มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง (สคส.) แล้วคุณจะรู้ถึงมุมมองของเธอเหล่านี้ หาอ่านได้จาก : หนังสือ มีเรื่องอยากเล่าให้ฟัง เสียงจากผู้หญิงที่ตั้งท้องเมื่อไม่พร้อม ที่มา : มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง (สคส.)

เสียงจากผู้หญิง ที่ตั้งท้องเมื่อไม่พร้อม

ถ้อยคำอาจมีการดัดแปลงเพื่อให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่ายขึ้น

ท่ามกลางความมืด ฉันนอนหลับตา เงี่ยหูฟังเสียงพ่อกับแม่ทะเลาะกันที่ใต้ถุนบ้าน พ่อเมาทุกวัน เมาทั้งเหล้าและยา ไม่ยอมทำงานเอาแต่ขอเงินแม่ไปซื้อเหล้า ซื้อยาบ้า สงสารแม่ ทำงานเหนื่อยกลับมาบ้านยังต้องมาเจอสภาพแบบนี้

 “กูไม่อยู่แล้ว” นั่นเสียงแม่

“เออ! จะไปไหนก็ไป เรื่องของมึง”

พ่อโต้ตอบ เป็นบทพูดเดิมๆ ของทั้งคู่ในยามที่ทะเลาะกัน

ฉันพลิกตัวมาอีกด้าน มองไปยังมุ้งที่อยู่ติดกัน คืนนี้จะมีแต่พ่อ แม่คงเดินไปนอนบ้านยาย ฉันหลับตาลง นึกไม่ออกว่าวันข้างหน้าชีวิตจะเป็นอย่างไร ปีนี้อายุ 16 เต็ม เพิ่งจะเรียน ม.3 กศน. จบยังไม่เคยออกจากบ้านไปทำงานที่ไหน แม่บอกให้อยู่บ้านเลี้ยงน้องไปก่อน

นั่นเสียงพ่อเดินขึ้นบันไดมาแล้ว ฉันหลับตา ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้น

ฉันหลับไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ตกใจตื่นเพราะสัมผัสแปลกๆ และกลิ่นเหล้าคลุ้งกระจายของพ่อ

“มึงเงียบเลยนะ ถ้าเสียงดังกูจะอัดให้น่วมเลย”

พ่อพูดแบบนี้ทำไม พ่อจะทำอะไร หรือว่า..

ความตระหนกสุดขีดไหลบ่าเข้าท่วมในใจฉัน รวบรวมแรงทั้งหมดที่มีขัดขืนเต็มกำลังโดยไม่ส่งเสียง น้องชายนอนอยู่ห้องใต้ถุนบ้าน ถ้าตื่นขึ้นมาเดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่ ให้แม่รู้ไม่ได้ ให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้ทั้งนั้น

แต่แล้วความเจ็บปวดที่สุดในชีวิตก็แปลบเข้าทั่วร่างกายและจิตใจ

ฉันพลิกตัวไปอีกด้าน คู้เข่าขึ้นมาแนบอก เจ็บจนน้ำตาไหลพราก ฉันกลั้นสะอื้นไว้สุดกำลัง แม่จ๋า ทำอย่างไรดี

เสียงพ่อถอนหายใจยาว ตามมาด้วยเสียงกรนแผ่วๆ ฉันนอนน้ำตาไหลอยู่อย่างนั้นจนเกือบสว่างก่อนจะหลับไป

เช้าขึ้นมาพ่อทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ฉันข่มทุกความรู้สึกให้จมกลับเข้าไปในใจ ทำทุกอย่างเหมือนที่เคยทำในชีวิตประจำวัน แม่กลับเข้ามาอาบน้ำแล้วออกจากบ้านไปทำงานก่อสร้างตามปกติ น้องชายวิ่งเล่นกับเด็กข้างบ้านส่งเสียงดัง

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ฉันพยายามขอแม่ออกไปหางานทำ แม่ไม่ยอม เพราะจะไม่มีใครช่วยเลี้ยงน้อง สองเดือนถัดมาพ่อทำกับฉันแบบเดิมอีก ในหัวฉันมึนงง ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร มองใบหน้าหม่นหมองที่เต็มไปด้วยฝ้าแดดของแม่ แล้วก็ได้แต่กลืนความรู้สึกทั้งมวลลงไป

แม่จะเสียใจขนาดไหนถ้าได้รู้ บ้านจะแตกสาแหรกจะขาด น้องจะรู้สึกอย่างไร แล้วญาติพี่น้องและคนในหมู่บ้านนี้ล่ะ

เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมา..

เหตุการณ์แบบเดียวกับคืนนั้น วนกลับมาเหมือนฉายหนังเก่าแทบทุกเดือน ฉันอยากถามพ่อว่าทำไม แต่ก็ไม่กล้า เขาเหมือนคนเมาอยู่ตลอดเวลา ฉันเริ่มนึกถึงปัญหาเรื่องท้อง เห็นแผงยาคุมที่แม่วางไว้บนตู้เย็นแต่ก็ไม่กล้าลักกิน แม่กินทุกวัน ถ้าหายไปแม้แต่เม็ดเดียวแม่ต้องรู้ทันที

สองปีต่อมา แม่คลอดลูกอีกคน ฉันยิ่งออกไปไหนไม่ได้เพราะต้องเลี้ยงน้อง ส่วนพ่อก็ยังคงทำกับฉันเหมือนเดิม

พอน้องคนเล็กอายุได้เกือบขวบ คืนหนึ่งแม่ยอมให้ฉันไปเที่ยวงานวัดกับญาติๆ แล้วเลยได้รู้จักผู้ชายคนหนึ่ง เขาอยู่หมู่บ้านถัดไปห่างกันสัก 15 กิโลเห็นจะได้ ความคิดบางอย่างแว่บเข้ามาในหัวฉัน เมื่อผู้ชายคนนี้เข้ามาจีบ ถ้าเขาจริงจัง ฉันจะได้แต่งงานออกจากบ้านนี้ ไปเสียที

แต่ไม่ทันไรสิ่งที่ฉันกลัวมากที่สุดก็เกิดขึ้น เลือดขาดไปสองอาทิตย์แล้ว ผิดปกติมาก ฉันไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน จะทำอย่างไรดีถ้าท้องขึ้นมา ฉันจะมีลูกกับพ่อได้อย่างไร

ท้องเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนแม่สังเกตเห็น เมื่อแม่คาดคั้น น้ำตาฉันก็ทะลักทลาย ยอมรับกับแม่ว่าใช่ ฉันท้อง และพ่อเด็กก็คือผู้ชายคนนั้น แม่โมโห โวยวายเรียกพ่อมารับรู้

พ่อโกรธจัด ตบจนฉันลงไปกองกับพื้น ฉันมองนิ่งเข้าไปในตาของเขา แววตาพ่อเริ่มรับรู้ แต่มันเบิกโพลงด้วยความรู้สึกอะไรบ้างนั้น ฉันเองก็ตอบไม่ได้

พ่อหยุดทุบตี หันหลังเดินออกไปเงียบๆ แม่ร้องไห้ฟูมฟาย บอกให้ฉันพาไปบ้านผู้ชายคนนั้นเดี๋ยวนี้

ฉันบอกให้แม่รออยู่ใต้ถุนบ้าน ส่วนฉันเดินขึ้นบ้านเขาไปคนเดียว ฉันบอกเขาว่าไม่ได้ท้องกับเขา เขาไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องลงมาเจอหน้าแม่ฉันด้วย พอกลับลงมาฉันบอกแม่ว่า เขามีเมียแล้วฉันไม่อยากยุ่งกับเขาอีก

พ่อเก็บตัวเงียบแม่ก็ไม่พูดไม่จากับใคร ส่วนฉันก็ท้องใหญ่ขึ้นจนคนรู้กันทั่วหมู่บ้าน ไม่มีใครกล้าถาม

วันหนึ่งมีคนมาจากในเมือง เขาบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสงเคราะห์

มีเพื่อนบ้านโทรศัพท์ไปแจ้ง สงสัยว่าฉันจะท้องกับพ่อ เพราะไม่เคยออกไปเที่ยวไหน ฉันเลยยอมรับ แต่ขอร้องไม่ให้เขาบอกใคร โดยเฉพาะแม่ ส่วนพ่อซึ่งอยู่บ้านตอนเขามาหาพอดี รีบปฏิเสธ บอกว่าฉันท้องกับคนบ้านอื่นแล้วเขาไม่รับ

เจ้าหน้าที่ก็ดี เขาไม่พูดอะไรอีก นั่งรอจนแม่กลับมา แล้วบอกว่าอยากขอตัวฉันไปพักที่บ้านสงเคราะห์ในตัวเมือง คลอดแล้วค่อยว่ากันอีกที

แม่ตกลง คงเป็นเพราะอับอายชาวบ้าน หรืออาจจะเพราะไม่อยากเห็นหน้าฉันก็ได้

ที่บ้านพัก มีคนที่ท้องอย่างฉันอยู่หลายคน เขาคุยกันเรื่องทำแท้ง ทำให้ฉันรู้เป็นครั้งแรกในชีวิตว่าถ้าท้องแล้วไม่ต้องการท้องต่อก็ต้องทำ แท้ง แต่ทุกคนพากันส่ายหน้าเมือฉันถามว่าพาฉันไปทำหน่อยได้ไหม

ฉันคลอดลูกหลังจากไปอยู่บ้านพักได้เกือบ 3 เดือน ตอนแรกแม่จะยกให้คนอื่น แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเอากลับมาเลี้ยงเอง พอถึงบ้านพ่อเดินเข้ามามองหน้าเด็ก แล้วหลังจากนั้นก็ออกจากบ้านไปทำงานที่จังหวัดอื่น แทบจะไม่กลับมาบ้านอีกเลย

ฉันอยู่บ้านกับแม่ เลี้ยงลูก เลี้ยงน้อง ชีวิตดำเนินไปเรื่อยๆ วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรยังไม่รู้ ฉันไม่อยากคิดฝันอะไรไปไกลกว่านี้

ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของฉันที่เหลืออยู่ มีเพียงต้องรักษาความลับนี้ไว้ให้ดีที่สุดเท่านั้น มันคือความลับที่ว่า พ่อแท้ๆ ของฉันคือพ่อแท้ๆ ของลูกฉันด้วย..