7 ประเทศที่มีความสุขมากที่สุดในโลก ปี 2018 ขออิจฉาได้มั้ย

ทุก ๆ ปี UN จะทำการสำรวจความสุขของคนในแต่ละประเทศ และจัดอันดับประเทศที่ประชากรมีความสุขมากที่สุดในโลก โดยจะพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจ ค่าGDP สวัสดิการ สังคม อายุขัย เสรีภาพของประชากร รวมถึงเรื่องของการคอร์รัปชัน ในตอนนี้หลายคนอาจจะมีวามคิดอยากจะย้ายประเทศ ลองไปเลือกกันดีกว่าว่าจะไปประเทศไหนดี!

7 ประเทศที่มีความสุขมากที่สุดในโลก ปี 2018

7. แคนาดา

บ้านเมืองที่สะอาดสะอ้าน เป็นระเบียบ ไม่มีการเหยียดผิวและพลเมืองชั้นสอง และเป็นประเทศเดียวที่ไม่ใช่ประเทศในยุโรป ที่ติดอันดับ! และนั่นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ชาวแคนาดายิ่งรุ้สึกแฮปปี้ที่ได้รับการยอมรับจากประเทศอื่น ๆ ในแถบยุโรป!

www.wis-international.com

6. เนเธอร์แลนด์

Work-life balance ของชาวเนเธอร์แลนด์ เรียกได้ว่า น่าอิจฉาสุด ๆ ราว 27% ของผู้ชาย และ 77% ของผู้หญิงในประทศนี้ล้วนแล้วแต่ ทำงานพาร์ทไทม์ พูดถึงงานพาร์ทไทม์หลายคนอาจจะเข้าใจว่าเป็นพนักงานแมคโดนัลด์ หรือไม่ก็ขับอูเบอร์อะไรแบบนั้น แต่ไม่ใช่ค่ะ เพราะงานพาร์ทไทม์ของคนที่นี่นั้นเป็นงานที่ดี มีคุณภาพ แถมรายได้ดีกว่านั้น นั่นหมายความว่าพวกเขามีเวลาให้ครอบครัวและ มีเวลาไปทำในสิ่งที่อยากทำมากกว่าคนอื่น ๆ นั่นเอง

และถึงแม้ว่าจะเป็นประเทศที่เก็บภาษีแพงที่สุดในยุโรป แต่ประชาชนก็เต็มใจจ่าย เพื่อแลกกับสวัสดิการดี ๆ และความพรีเมี่ยมของเมือง พูดง่าย ๆ ก็คือ ภาษีที่พวกเขาจ่ายไปมันไม่สูญเปล่า…

5. สวิตเซอร์แลนด์

เป็นประเทศที่มีค่า GDP หรือ มูลค่าตลาดของสินค้าและบริการ สูงที่สุดในโลก! แถมยังเป็นประเทศที่ประชากรมีสุขภาพที่ดีคนเป็นโรคอ้วนมีอยู่ในอัตราที่ต่ำมาก แถมเฉลี่ยแล้วประชากรทำงานเพียงแค่ 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (ของพี่ไทยปาไป 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์)

4. ไอซ์แลนด์

เนื่องจากประชากรเกือบ 100% ทุกคนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง ทำให้ไม่มีเรื่องของอาชญากรรม ขโมยขโจร และถึงแม้ว่าภาษีที่เรียกเก็บกับประชาชนจะแพงหูฉี่ แต่ประชาชนในประเทศก็ยังยอมรับว่าอยู่นี่แหละ ดีสุดแล้ว ไม่มีใครออกมาบ่นว่าอยากย้ายประเทศ เลยแม้แต่คนเดียว!

https://tradeshift.com

3. เดนมาร์ก

เป็นประเทศที่เหมาะกับการมีครอบครัวเป็นอย่างมาก พ่อแม่ที่คลอดลูกจะได้สิทธิ์ในการลางานถึง 1 ปีเต็ม แถมเด็ก ๆ ก็ได้เรียนฟรีจนถึงระดับมหา’ลัย แถมเรื่องสุขภาพก็ไม่ต้องหนักใจ เพราะค่ารักษาพยาบาล ค่าผ่าตัดฟรีหมด! รวมถึงระบบการขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ มีให้เลือกหลายช่องทาง และบางทีก็มีส่วนลดด้วยนะ ทั้งนี้ ก็เพราะเขาส่งเสริมให้คนใช้รถสาธารณะ ป้องกันปัญหารถติด

2. นอร์เวย์

ชาวนอร์เวย์จะมีประโยคที่ว่า “sted bundet” ที่หมายถึง ความผูกพันกับสถานที่ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่อธิบายถึงความผูกพันคนนอร์เวย์มีต่อสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ได้เป็นอย่างดี ทำให้ส่วนใหญ่มักจะอยู่ที่เดิม ไม่ย้ายถิ่นฐานไปไหน และมีความสัมพันธ์ที่ดีและแน่นแฟ้นกับคนในแถบนั้น

สวัสดิการสังคมต่าง ๆ ทั้งเรียนฟรี เจ็บป่วยก็รักษาฟรีเกือบทุกอย่าง เงินบำนาญหรือเงินผู้สูงอายุหลังเกษียณ และที่สำคัญแทบไม่มีการคอร์รัปชัน หรือพฤติกรรมทุจริตให้เห็นเลย!

1. ฟินแลนด์

เหตุผลที่ทำให้ฟินแลนด์ได้อันดับ 1 ไปครอง นั่นเป็นเพราะนอกจากจะเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ามีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลกแล้ว รัฐบาลฟินแลนด์มีประวัติการทุจริตน้อยที่สุดในโลก แถมอัตราการเกิดอาชญากรรมก็น้อยมากเช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก: travelawaits

Written by: Typrn

บทความแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง