6 เมืองสวยในยุโรป ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีผู้คนอยากเดินทางไปเที่ยวมากที่สุด

สำหรับสถานที่ในฝันของใครหลายๆ คน ต้องมีคำว่ายุโรปขึ้นมาอย่างแน่นอน เพราะด้วยความที่ทวีปยุโรปเต็มไปด้วยเมือง ประเทศ ที่มีความสวยงามทั้งวัฒนธรรมที่งดงาม สถาปัตยกรรมที่น่ามอง จึงทำให้ใครหลายๆ คนใฝ่ฝันที่อยากจะเดินทางไปท่องเที่ยวสักครั้งในชีวิตให้ได้ และหนึ่งในเมืองที่มีผู้คนไปเยือนมากที่สุดก็คือ ปารีส ลอนดอน แต่เพื่อนๆ รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วในยุโรปยังมีเมืองที่มีความสวยงาม มีประวัติศาสตร์ให้เราได้ไปสัมผัสกันอีกหลายแห่งเลย วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปท่องเที่ยวกับ 6 เมืองสวย ที่คุณต้องหาโอกาสไปให้ได้สักครั้งหนึ่งของชีวิต จะมีเมืองไหนบ้าง? ตามมาเที่ยวกันได้เลย

งดงามเหมือนอยู่ในเทพนิยาย เมืองสวยในยุโรป

1. เอดินบะระ (Edinburgh), ประเทศสกอตแลนด์ (Scotland)

เอดินบะระ เมืองหลวงของประเทศสกิตแลนด์ ซึ่งตั้งอยุ่ทางฝั่งตะวันของประเทศ ถือได้ว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาตั้งแต่สมัยกลาง โดยมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงตั้งอยู่กลางเมือง และยังเป็นที่ตั้งของปราสาทเอดินบะระ ปราสาทที่ไม่เคยถูกตีแตกได้สักครั้งเลยตั้งแต่ที่ได้ก่อสร้างมา ด้วยทำเลที่ตั้งที่ได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ (ตั้งอยู่บนภูเขาไฟที่ดับแล้ว) ปราสาทแห่งนี้ถูกล้อมด้วยสถาปัตยกรรมอันสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ อาคารบ้านเรือน ฯลฯ เรียกได้ว่าเมืองนี้อบอวลไปด้วยศิลปะ วัฒนธรรม ที่รอให้ผู้ไปเยือนได้มาสัมผัสกัน…

2. ปราก (Prague), ประเทศเช็กเกีย (Czech Republic)

เป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุด ของประเทศเช็กเกีย ซึ่งเป็นเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยสถาปัตกรรมสวยๆ แต่ก็ยังมีความร่วมสมัยอยู่ด้วย ให้เราได้เดินทางชมกันอย่างมากกมาย และปราสาทปรากยังเป็นปราสาทที่มีความเก่าแก่มากที่สุดในโลก ซึ่งมีความกว้าของอาคารถึง 70,000 ตารางเมตร ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2535 องค์การยูเนสโก ก็ได้ประกาศให้ปรากเป็นมรดกโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เห็นแบบนี้แล้ว… รีบแพ็คกระเป๋าไปเที่ยวกันเลยดีกว่า

3. ฟลอเรนซ์ Florence, ประเทศอิตาลี (Italy)

เมืองหลวงของแคว้นทัสกานีและมณฑลฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำอาร์โน เมื่อในสมัยยุคกลางเมืองฟลอเรนซ์เป็นศูนย์กลางทางการค้าและทางการเงิน ซึ่งผู้คนต่างยกให้เมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางทางศิลปะและสถาปัตยกรรม และต่อมาในปี พ.ศ. 2525 เมืองแห่งนี้ก็ถูกจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลก จากองค์การยูเนสโก ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เมืองฟลอเรนซ์จะเป็นอีกหนึ่งเมืองที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในโลก

4. บรูช (Bruges), ประเทศเบลเยียม (Belgium)

เมื่อเราเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศเบลเยียม หลายๆ คนก็ใฝ่ฝันที่จะต้องไปเยือนที่ เวนิส (Venice) เมืองที่ตั้งอยู่บนน้ำสุดโรแมนติกให้ได้ ซึ่งแน่นอนว่าทำให้เมืองแห่งนี้มีผู้คนมากมาย มีกิจกรรมทำให้ทำเยอะมาก แต่หากใครที่ชอบความเงียบสงบลงมาหน่อย ผู้คนไม่เยอะมากนัก เราก็อยากจะแนะนำเมือง บรูช (Bruges) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดและยังเป็นเมืองหลวงของจังหวัดฟลานเดอร์ตะวันตก ที่ตั้งอยู่บริเวณเฟลมมิช อีกด้วย

แถมศูนย์ประวัติศาสตร์ของเมืองบรูซยังได้รับเลือกให้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกด้วย จัดว่าเป็นอีกหนึ่งที่เมื่อเราไปถึงเบลเยียมแล้วไม่ควรพลาดที่จะแวะไปเลย นอกจากนี้บรูชยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ด้วย เพราะเคยเป็นเมืองท่าและมีความสำคัญในทางศิลปะในยุคจิตรกรรมยุคเนเธอร์แลนด์ตอนต้น ในระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 15 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16

5. ลิสบอน (Lisbon), ประเทศโปรตุเกส  (Portugal)

เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศโปรตุเกส ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของประเทศ ริมชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกในคาบสมุทรไอบีเรีย การที่ลิสบอนตั้งอยู่ทางใต้ของทวีปยุโรปและติดกับมหาสมุทร จึงได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำกัลฟ์สตรีม ทำให้ลิสบอนเป็นเมืองหลวงที่มีภูมิอากาศอบอุ่นที่สุดในยุโรป ลิสบอนเป็นอีกเมืองหนึ่งที่เมื่อเราได้ไปเที่ยวแถบยุโรปแล้วไม่พลาดเลย เพราะด้วยความที่เมืองแห่งนี้มีหลากหลายวัฒนธรรมให้เราได้ไปสัมผัสกัน ไม่ว่าจะเป็นในแบบแอฟริกา ตะวันออกกลาง คริสเตียน ฮีบรู และมุสลิม ทำให้เมืองนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร แถมยังมีสวนน้ำสวยๆ ให้เราได้ไปเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานอีกด้วย

6. บาร์เซโลนา (Barcelona), ประเทศสเปน (Spain)

บาร์เซโลนาเป็นเมืองท่าสำคัญ และเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยเป็นอาณานิคมของโรมันมาก่อน เคยถูกยึดครองโดยชาติต่างๆ หลายครั้ง รวมทั้งฝรั่งเศสด้วย ซึ่งบาร์เซโลนาเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในยามราตรีที่มีความรื่นเริง สนุกสนาน นอกจากนี้ยังมีสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ที่สำคัญมากมาย เช่น อาคารแบบอาร์ตนูโว (Art Nouveau) ที่ดูแปลกประหลาด แต่มีความงดงาม น่ามาเยือนเป็นที่สุด ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชาวสเปน ที่มีชื่อว่า ‘อันตอนี เกาดี’ (Antonio Gaudi) เป็นต้น ก็ทำให้เมืองแห่งนี้ได้ขึ้นเป็นมรดกโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับแฟนฟุตบอลทั้งหลายคงรู้กันดีอยู่แล้วว่า ที่เมืองแห่งนี้มีสโมสรกีฬาที่สำคัญตั้งอยู่ก็คือ สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา และแอร์ราเซเด อัสปัญญอล นั่นเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง 

—————————

ข้อมูลและภาพ : lifehack, thomsonfoundtheworldiaufrance

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง