11 สิ่งที่ไม่ควรทำ กับผมของตัวเอง

Home / แฟชั่น / 11 สิ่งที่ไม่ควรทำ กับผมของตัวเอง

สาวๆ (อยาก) ผมสวยที่รักคะ คงเคยได้ยินสุภาษิตไทยที่ว่า “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” กันมานาน ซึ่งบางคนเคยแย้งว่า ทำไมไม่กล่าวว่า “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะผม” ก็ไม่ทราบ สำหรับดิฉันก็น่าจะใช้ได้ทั้งสองประการค่ะ เพราะคนเรานี้ เมื่อแต่ง (ให้ดี) ก็งาม หรือหากดูแลเส้นผมและทรงผมให้ดี ก็เป็นเครื่องช่วยเสริมความงามให้ได้อีกประการหนึ่ง

11 สิ่งที่ไม่ควรทำ กับผมของตัวเอง

เปิดดูฟรีทีวีเวลานี้ เห็นโฆษณาแชมพูสระผมสารพัดยี่ห้อ ทั้งหมดพุ่งเป้าไปที่ผมสวย นุ่มสลวยแวววาว และส่วนมากก็เลือกใช้สาวผมตรง ยาว เป็นพรีเซนเตอร์

ทราบไหมคะ ในชีวิตจริงมีผู้หญิงผมสั้นมากกว่าผู้หญิงผมยาว ไม่ใช่ว่าไม่อยากไว้ แต่เมื่อเลี้ยงผมยาวได้สักประมาณหนึ่ง ก็จะเจอปัญหามากมายหลายประการ ทำให้ในที่สุด ตัดสินใจกลับมาไว้ผมสั้น หรือไม่ก็ซอยให้เข้ารูปเข้าทรง ดูสวยโฉบเฉี่ยวไปเลยก็มาก

อันที่จริง ผมยาว ตรง ดำขลับ เป็นเงางาม อาจจะเป็นความฝันของผู้หญิงเกือบทุกคน เพราะเป็นทรงผมที่ทำให้ผู้หญิงดูสวยเฉิดฉาย เหมือนนางพญา

แต่ก็นั่นแหละ ในชีวิตจริงๆ ผู้หญิงมิใช่นางพญาตลอดเวลา พวกเธอต้องทำการทำงาน ทำมาหากิน มีภารกิจต่างๆ ยุ่งเหยิงไปหมด

ผมยาวๆ ของพวกเธอจึงไม่อาจสลวย สวยสะท้อนแสงไฟเหมือนในโฆษณาได้ทั้งวัน เช่นกันกับที่ไม่มีหนุ่มๆ จ้องจะมาคลอเคลีย เพียงเพราะผมเธอสวย เป็นประกายดุจแพรไหม

หลายครั้งที่ดิฉันอึดอัดขัดใจ ว่าทำไมการสื่อสารในโฆษณาตลอดสิบยี่สิบปีมานี้ เหตุผลเดียวที่มีในผู้หญิง ซึ่งเป็นตัวละครในภาพยนตร์โฆษณาก็คือ ผมสลวยสวยแล้ว สุดท้ายจะต้องมีผู้ชายเข้ามาคลอเคลีย หรือทำท่ากะลิ้มกะเหลี่ยเหมือนจะตกหลุมรักอยู่เสมอ

บ่อยครั้งผู้หญิงเราเลือกจะฝันถึงผมสวยๆ เพราะมันช่วยเพิ่มความดูดี มีโอกาสชนะใจในการแข่งขันบนเวทีต่างๆ หรือในการสอบสัมภาษณ์ ตลอดจนความสำเร็จในอาชีพ ที่นิสัยดูแลเส้นผมให้แข็งแรง สุขภาพดี และดูดีนั้นทำให้เกิด ไม่ใช่แค่ว่าอยากดูดีด้วยเส้นผมดีๆ เพื่อที่จะสร้างแรงดึงดูดใจให้บุรุษเพศโคจรเข้ามาหา มาคลอเคลียเหมือนในภาพยนตร์โฆษณา

โฆษณาแชมพูทั้งหลายจึงควรเลิกสบประมาทและมอมเมาผู้หญิงในภาพยนตร์โฆษณาของท่าน ผ่านบทบาทแบบเดิมๆ ได้แล้ว

ทราบไหมคะว่า ผมสวยๆ ด้วยการที่เส้นผมเหล่านั้นนุ่มสลวยและเงางามยังไม่เพียงพอ แต่ต้องมีการตกแต่ง ตัด และปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับบุคลิกภาพ อาชีพ และกิจวัตรประจำวันอีกต่างหาก หลักคิดเกี่ยวกับ “สาวผมสวย” จึงต้องคำนึงให้มากกว่าการกระตุ้นแรงขับที่แสนจะผิวเผินและหมิ่นหยามในภาพยนตร์โฆษณา ดังต่อไปนี้

1. ผมยาวสลวย สวยเป็นประกาย มักจะน่ามองเมื่อได้แต่งชุดราตรี อยู่ในแสงสีของไฟในยามกลางคืน หรืออยู่บนเวทีที่มีแสงไฟสาดส่อง แต่ในชีวิตประจำวันปกติ ผมยาวสลวย มักจะสวยตอนครึ่งวันเช้า หากพักกลางวัน ไม่มีการแปรงผมใหม่ หรือต้องทำงานสมบุกสมบันในสภาพอากาศที่ไม่ได้สะอาดและเย็นฉ่ำเหมือนในห้องแอร์แล้ว ผมอาจเริ่มขับน้ำมันออกมาเคลือบ ทำให้มีน้ำหนักเพิ่ม จับตัวแน่น ความนุ่มจะเปลี่ยนแปลงไป ความสลวยก็เช่นเดียวกัน ส่วนความเงางามนั้นอาจเงาจับจิตทีเดียวค่ะ เพราะว่ารากผมขับน้ำมันออกมาเคลือบผมด้วยส่วนหนึ่ง กับเหงื่อ ความชื้น และฝุ่นผงต่างๆ มาเคลือบอีกส่วนหนึ่ง หากดูแลไม่ดี ความงามในตอนเช้าที่มี จะเริ่มเป็นความไม่ค่อยงามในยามบ่ายและยามเย็นได้ค่ะ

2. ผมยาวสลวย บางทีก็ไม่ช่วยให้น่ามอง เพราะอะไรน่ะหรือคะ เพราะผู้หญิงหลายคนเมื่อผมยาวมากๆ มักติดนิสัยเสยผมบ่อยๆ บ่อยเสียจนเสียบุคลิก ดูขาดความมั่นใจ หรือไม่บางคนก็คอเอียงไปตามน้ำหนักของเส้นผม ซึ่งก็ไม่ใช่ความดูดีอีก จริงไหมคะ เราจึงเห็นผู้หญิงในหลายๆ อาชีพ ถูกระเบียบกำหนดให้รวบผมให้เรียบร้อย เป็นระเบียบ อยู่ทรงเนี้ยบตลอดเวลาการทำงาน เช่น แอร์โฮสเตสของบางสายการบิน พนักงานต้อนรับ เชฟ พนักงานเสิร์ฟ เหล่านี้เป็นต้น

3.ผมสวยอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องรู้จักจัดแต่งให้เป็นรูปเป็นทรงด้วย โดยรูปทรงที่ว่านั้นจะต้องรับกับรูปหน้า ไม่ทำให้หน้ากร้อ คอสั้น ไปกว่าเดิม หรือหน้าที่ยาวอยู่แล้ว ยิ่งยาวเข้าไปใหญ่ หรือไม่ก็ทำให้ใบหน้ากว้าง กาง โหนกแก้มสูงเสียจนสะดุดตา และนำมาซึ่งการซุบซิบ โปรดเลือกทรงผมที่ส่งเสริมจุดเด่นบนใบหน้า และกลบลบหรืออำพรางจุดด้อยให้ทุเลาลงมา อย่างนี้สิคะ จะช่วยเพิ่มความดูดีให้ได้อย่างแน่นอน

4. สิ่งที่ไม่ควรทำกับผมของตัวเอง มีหลายอย่างค่ะ

1.  อย่าเสยผมบ่อยๆ เสียจนดูขัดตาหรือน่ารำคาญในความรู้สึกของผู้พบเห็น

2. อย่าหวีผมในที่สาธารณะหรือต่อหน้าคนหมู่มาก

3. อย่าปล่อยปละละเลยจนผมแห้งเสีย แตกปลาย มีรังแค หรือชุ่มน้ำมันดูเหนียวเหนอะหนะ

4. อย่าทำสีผมที่ตัดกับสีผิว

5 อย่ากระทำกับผมของตัวเองเหมือนเส้นผมของตุ๊กตาไบลธ์ พูดง่ายๆ ว่าขอให้รักมันบ้าง ไม่ใช่ดัดๆ ย้อมๆ จนผมเสีย

6. อย่าเลือกทรงผมที่กำลังเป็นที่นิยม โดยไม่คำนึงถึงรูปหน้าของตัวเอง พึงระลึกเอาไว้เสมอๆ ว่า ผมทรงยอดนิยม ไม่เคยมีแค่ทรงเดียวในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเลย ลองดูตัวเลือกที่ 2 3 4 อีกสักทีดีไหมคะ

7. กิ๊บก็ดี ที่คาดผมก็ดี เครื่องประดับตกแต่งผมทั้งหลายก็ดี เลือกที่ “ส่งเสริมความงาม” ของตัวเองด้วย ไม่ใช่แค่ไม่ตกเทรนด์ก็เป็นพอ เช่น ที่ติดผมกลมๆ ซึ่งกำลังนิยมอยู่ตอนนี้ ใครที่หน้ากลม แก้มอูมอยู่แล้ว อย่าติดเลยค่ะ

8. เปลี่ยนทรงผมบ้างก็ดีค่ะ อย่าไว้แต่ผมทรงเดิมตลอด 50 ปี บางทีผมทรงนั้นมันไม่เข้ากับรูปหน้าและบุคลิกเอาเสียเลย แต่คนทั้งโลกก็ต้องทำใจให้คุ้นเคยกับทรงผมของคุณ เพียงเพราะคุณไม่มีนิสัยอยากเปลี่ยนผมทรงใหม่ไปเรื่อยๆ

9. การเปลี่ยนทรงผมบ้าง ทำให้เรามีบุคลิกภายนอกที่ดูแตกต่างในบางช่วง ทำให้ชีวิตมีชีวา และนำมาซึ่งสีสันชีวิตได้หลายประการ

10. เมื่อไปพบกับช่างตัดผม อย่าเอาแต่นั่งเงียบให้เขากระทำทุกอย่างกับผมของเรา จ่ายสตางค์ แล้วก็กลับบ้าน ลองใช้โอกาสสนทนาหาความรู้เกี่ยวกับเส้นผมและทรงผมดูบ้าง ก็นับเป็น “กำไร” ในการตัดสินใจไปตัดผมครั้งหนึ่งๆ

11. ควรมีความรู้ขั้นพื้นฐานที่ว่า มูส สเปรย์ น้ำมันใส่ผม เจล ฯลฯ มีวิธีเลือกใช้ต่างกันอย่างไร แต่ละอย่างให้ผลต่อเส้นผมหรือทรงผมของเราอย่างไร รวมไปถึงการเป่า ไดร และเซตผมด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ด้วย เพราะเราคงไม่มีเวลาและงบประมาณมากพอที่จะไปหาแฮร์ดีไซเนอร์หรือแฮร์สไตลิสต์ได้บ่อยๆ

เห็นไหมคะ ว่าเรื่องของผมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ทำถูก ทำเป็น ก็ช่วยเพิ่มความดูดีให้ได้อย่างแท้จริง

รายงานโดย :อ.ประณม ถาวรเวช สถาบันพัฒนาบุคลิกภาพ จอห์นโรเบิร์ต เพาเวอร์ส:

ที่มา posttoday.com