เมคอัพอย่างไร ให้หน้าดูเด็กลง

Home / แฟชั่น / เมคอัพอย่างไร ให้หน้าดูเด็กลง

การแต่งหน้า เธอเป็นอีกหนึ่งสำคัญในชีวิตผู้หญิงเลยทีเดียว!! เพราะเครื่องสำอางเป็นตัวช่วยที่สามารถทำให้ผู้หญิงทุกคนดูดีขึ้นมาได้ ไม่ว่าคุณจะหน้าโทรม นอนดึก ขอบตาดำคล้ำ เครื่องสำอางก็ช่วยเนรมิตปกปิดร่องรอยบนใบหน้า ให้คุณดูสวยสดใสขึ้นมาได้ในวันที่จำเป็นต้องออกไปทำงาน พบปะผู้คน แต่หากถ้าคุณเลือกการแต่งหน้าที่พลาดไป การแต่งเพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้น อาจทำให้คุณดูแย่ และดูมีอายุมากกว่าเดิมก็ได้ วันนี้เรามีเทคนิคการแต่งหน้าให้เด็กมาฝากทุกคนค่ะ

เมคอัพอย่างไร ให้หน้าดูเด็กลง

ภาพจาก: www.pinterest.com/pin/511721576387452478/
ภาพจาก: www.pinterest.com/pin/511721576387452478/

 

บำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์
เริ่มต้นด้วยขั้นแรกที่ไม่ต้องใช้เทคนิคยุ่งยาก ETUDE แต่ห้ามละเลยไปเชียว หากลืมการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เสียแล้ว เทคนิคการแต่งหน้าอื่น ๆ ต่อให้ดีอย่างไร ก็ยากที่จะได้ผลที่น่าพึงพอใจ ฝึกตัวเองให้บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ทุกครั้งหลังล้างหน้าจนเป็นนิสัย ขณะที่ใบหน้ายังชื้นจากหยาดน้ำอยู่ ผิวจะดูดซับสารบำรุงได้ดีที่สุด และได้รับความชุ่มชื้นจากมอยส์เจอไรเซอร์ดีที่สุดด้วย เท่านี้สภาพผิวหน้าก็ดูจะดูนุ่มนวลและยืดหยุ่นดี ได้ลุคที่อ่อนเยาว์ลงแน่นอน

เลือกใช้รองพื้นสีโทนเหลือง

เราไม่ได้บอกว่าให้คุณใช้รองพื้นสีเหลือง แต่เป็นรองพื้นที่มีโทนอมเหลืองอยู่ในตัว สีเหลืองจะขับผิวให้ดูมีน้ำมีนวล ทำให้ดูอ่อนเยาว์ลง

ใช้ฟองน้ำในการแต่งหน้า

หากต้องการทารองพื้นให้ดูปกปิด แต่เรียบเนียน และบางเบาเป็นธรรมชาติ เปลี่ยนจากการใช้นิ้วมือทารองพื้นมาเป็นการใช้ฟองน้ำแต่งหน้าแทน สเปรย์ละอองน้ำลงไปบนฟองน้ำแต่งหน้าให้พอชื้น จากนั้นแต้มรองพื้นที่คุณใช้ลงไปที่มือ ใช้ฟองน้ำแตะรองพื้นจากมือแล้วจึงนำไปแตะซับที่ใบหน้า ฟองน้ำจะทำให้รองพื้นติดที่ใบหน้าได้ดีและเรียบเนียน ในขณะที่ความชื้นจะทำให้รองพื้นที่ทาลงไปดูบางเบา ไม่หนาเตอะหลอกตา เตรียมผิวที่ดูสวยและเบาบางเป็นธรรมชาติได้แบบนี้ ก็ดูเด็กลงเยอะเลยค่ะ

ใช้คอนซีลเลอร์เนื้อเหลว

เป็นเรื่องจริงที่ออกจะโหดร้ายสักนิดสำหรับคุณผู้หญิงที่เริ่มมีริ้วรอยปรากฏบนใบหน้า เพราะคุณจะต้องปกปิดมันด้วยการใช้คอนซีลเลอร์ แต่ยิ่งใช้ก็ดูเหมือนว่าคอนซีลเลอร์นั้นจะยิ่งทำให้ริ้วรอยที่ต้องการปกปิดถูกสังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น เหตุที่เป็นเช่นนั้นเป็นเพราะคุณเลือกใช้คอนซีลเลอร์ที่มาในรูปแบบตลับหรือพาเลท ซึ่งมีลักษณะเป็นแว็กซ์ เมื่อทาลงบนผิวแว็กซ์จึงจับตัวเป็นปื้น ทำให้สังเกตเห็นริ้วรอยที่ต้องการปกปิดได้ง่าย ลองเปลี่ยนมาใช้คอนซีลเลอร์ที่เป็นเนื้อเหลว ซึ่งจะเนียนสนิทเข้ากับผิวได้ง่ายกว่า และไม่จับตัวเป็นปื้น ๆ บนผิวด้วย

ไม่ใช้แป้งฝุ่นเจือสี

หากอยากให้ใบหน้าดูเนียนใสบางเบาเป็นธรรมชาติ ไม่วอก ไม่หนาเตอะ เว้นจากการใช้แป้งฝุ่นแต่งหน้าได้ก็จะยิ่งดี แต่หากคุณรู้สึกกังวลใจว่ารองพื้นที่ทาลงไปจะไม่เซ็ตตัวดี ก็ขอให้เลือกใช้แป้งฝุ่นชนิดโปร่งแสง ที่ไม่เจือสีอื่นใดลงไป เพื่อความเป็นธรรมชาติที่สุดบนผิวหน้าค่ะ

ใช้ผลิตภัณฑ์เนื้อฝุ่นให้น้อยที่สุด

หากคุณต้องการมีใบหน้าที่ดูชุ่มชื้น นุ่มนวล และอ่อนเยาว์ เมคอัพอาร์ทติสท์แนะนำว่าให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์เมคอัพที่เป็นเนื้อครีม เจล หรือบรรดาพวกเนื้อเหลว แทนที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เนื้อฝุ่น “ทุกอย่างที่เป็นเนื้อฝุ่น และต้องใช้แปรงแต่งหน้า จะทำให้ผิวหน้าดูด้านและแห้ง” แต่ผลิตภัณฑ์เนื้อเหลวจะให้ความชุ่มชื้นได้ในตัว และทำให้ผิวดูชุ่มชื้น อ่อนเยาว์

โชว์โครงร่างใบหน้า

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ไขมันบนใบหน้าก็จะลดลง อย่ารู้สึกขัดเขินและทำผมลงมาปิดหน้าปิดตา ใช้ประโยชน์จากการมองเห็นโครงร่างของใบหน้าชัดเจนขึ้น ด้วยการใช้บลัชแต่งเติมสีสันไปตามโหนกแก้มให้ดูเปล่งปลั่ง หน้าตาก็จะดูสดใสขึ้น

ถอนขนคิ้วแต่พอดี

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ในคุณผู้หญิงบางรายอาจพบปัญหาสัดส่วนต่าง ๆ บนใบหน้าก็เริ่มเสียความสมมาตรไป สามารถแก้ไขใบหน้าให้ดูสมมาตรกันอีกครั้งได้ด้วยการกันคิ้ว แต่สำหรับคุณผู้หญิงที่เริ่มมีอายุ ขออย่าได้กันคิ้วหรือถอนขนคิ้วเกินจำเป็น เพราะจะทำให้คิ้วดูบางลง แถมขนคิ้วยังงอกกลับคืนมาได้ช้ากว่าเดิม ถอนแค่ส่วนที่ดูรกเกินออกมาจากแนวคิ้วเท่านั้นก็เพียงพอแล้วค่ะ

ใช้ดินสอเขียนคิ้วสีอ่อน

เลือกใช้ดินสอเขียนคิ้วที่อ่อนกว่าสีคิ้วจริงของคุณหนึ่งเฉด และเขียนคิ้วโดยทำมือ 45 องศากับคิ้ว ซึ่งจะทำให้ได้เส้นคิ้วที่ดูนุ่มนวล และเป็นธรรมชาติ

ดัดขนตา

แค่อายุเลยหลังเลข 35 เป็นต้นไป อะไร ๆ ก็เริ่มดูคล้อยลงอย่างสังเกตได้ชัด ไม่เว้นแม้แต่ขนตา ที่เริ่มจะทิ่มลงทำให้ดวงตาดูไม่สุกใสอย่างก่อน ๆ หันมาใช้ที่ดัดขนตาก่อนปัดมาสคาร่าทุกครั้ง จะช่วยให้ดวงตาของคุณดูสดใส และใบหน้าก็ดูสดชื่นขึ้นด้วยค่ะ

ใช้มาสคาร่าชนิดเพิ่มความยาว

ขนตาเรานั้นเริ่มบางลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ดีการใช้มาสคาร่าที่เพิ่มความหนาให้กับขนตา กลับไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ดี เพราะขนบางที่บางลงไม่สามารถรับน้ำหนักของมาสคาร่าแบบเพิ่มความหนาได้ ทำให้ขนตาตกลง เปลี่ยนเป็นการใช้มาสคาร่าแบบเพิ่มความยาวที่มักมีเนื้อที่เบากว่าแทน ก็จะทำให้ขนตาดูเต็มขึ้น และดวงตาดูสดใสขึ้นได้เช่นกัน

ใช้อายไพรม์เมอร์ก่อนแต่งตา

เมื่ออายุมากขึ้น ริ้วรอยที่ดวงตาและเปลือกตาก็เริ่มปรากฏ ไม่ว่าจะเป็นแค่ริ้วรอยจาง ๆ หรือเป็นริ้วรอยที่เห็นได้ชัด ทำให้เมคอัพที่แต่งดวงตาเข้าไปติดอยู่ตามร่องริ้วรอยนั้นได้ การใช้อายครีมก่อนแต่งตาไม่ได้ช่วยให้รอยเหล่านั้นดูเรียบตื้นขึ้นได้ มีแต่จะทำให้เมคอัพเลอะเลือนได้ง่ายในระหว่างวัน สิ่งที่คุณต้องการเพื่อแก้ปัญหาตรงจุดนี้คือการใช้อายไพรม์เมอร์ ซึ่งจะรองผิวและริ้วรอยให้เรียบขึ้น ช่วยให้เมคอัพดวงตาติดดียิ่งขึ้นค่ะ

ใช้อายไลน์เนอร์สีน้ำตาลเข้ม

คุณอาจคุ้นเคยกับการใช้อายไลน์เนอร์สีดำมาเนิ่นนาน แต่หากต้องการลุคที่ดูอ่อนเยาว์ ลองเปลี่ยนมาใช้อายไลน์เนอร์สีน้ำตาลเข้ม ที่ทำให้ตาดูคมชัดได้แบบสีดำ แต่ก็ให้ความนุ่มนวลมากกว่า ตาจึงไม่ดูดุเกินไปด้วย

ใช้ลิปสติกโทนนู้ด

เมื่ออายุเพิ่มากขึ้น ริมฝีปากที่เคยดูอิ่มเอิบแบบเมื่อตอนสาว ๆ ก็ดูเล็กลง โดยเฉพาะริมฝีปากบน แต่คุณก็สามารถทำให้ริมฝีปากดูเต็มขึ้นมาได้โดยการเลือกใช้ลิปสติกสีนู้ดที่เจือสีเบอร์รี่ระเรื่อไว้ด้วย ซึ่งจะทำให้เรียวปากดูสว่างและชัดเต็มขึ้น นอกจากนี้เลือกใช้ลิปสติกที่ออกเนื้อครีม ก็จะทำให้เรียวปากดูอิ่มเอิบได้มากกว่าลิปสติกเนื้อแมทช์ด้วยค่ะ

ใช้ชิมเมอร์ช่วยเพิ่มประกายผิว
ผิวที่เริ่มขาดความเปล่งปลั่ง เปล่งประกายโดยธรรมชาติ ก็ต้องอาศัยชิมเมอร์ที่จะช่วยเติมความเปล่งปลั่งเหล่านั้นให้ โดยเลือกใช้ชิมเมอร์เนื้อครีมสีที่เข้ากับผิวได้ดี อย่างสีแชมเปญ บรอนซ์ หรือสีกุหลาบอมทอง ทาในจุดที่เป็นเนิน หรือส่วนที่สูงที่สุดของใบหน้า อย่างหน้าผาก สันจมูก โหนกแก้ม และคาง

ใช้ไฮไลท์เพิ่มมิติให้ใบหน้า
ใบหน้าที่ดูแห้ง ขาดความชุ่มชื้นในตัว ทำให้หน้าดูแบน ไม่มีมิติ แต่คุณก็สามารถสร้างมิติบนในหน้าขึ้นมาได้ใหม่ด้วยการใช้ไฮไลท์ที่มีเนื้อบางเบา โดยแตะที่โหนกแก้มทั้งสองให้ดูมีประกาย เลือกใช้ไฮไลท์สีแชมเปญสำหรับสาวผิวขาว หรือสีโกลเด้นเบจสำหรับสาวผิวคล้ำ เพียงเท่านี้ก็ใบหน้าก็ดูมีมิติและมีน้ำมีนวลมากขึ้นได้แล้วค่ะ

อายุไม่ใช่อุปสรรคของความสวย ETUDE แค่มีเทคนิคในการแต่งหน้าดี ๆ เพิ่มสักนิด ก็ช่วยให้คุณดูอ่อนเยาว์ลงได้ อ้อ แต่ที่สำคัญที่สุดก็คืออย่าลืมการบำรุงผิวให้ดีทั้งจากภายนอกและภายในด้วยนะคะ

ที่มา:guru.thaibizcenter.com