หอศาสตราคม หรือ หอพระปริตร

หอศาสตราคม ในพระบรมมหาราชวัง แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของกรุงเทพมหานคร

หน้าแรก / หอศาสตราคม ในพระบรมมหาราชวัง แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของกรุงเทพมหานคร

หอศาสตราคม หรือ หอพระปริตร ตั้งอยู่ในกำแพงแก้วด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน ตรงข้ามกับพระที่นั่งดุสิตาภิรมย์

หอศาสตราคม แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ กทม.

ลักษณะเป็นอาคารทรงไทย รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ชั้นเดียว

ยกพื้นสูง 1 เมตร 50 เซนติเมตร มีบันไดทางขึ้นทางด้านทิศตะวันตก หลังคามุงกระเบื้องดินเผาเคลือบสี ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ลงรักประดับกระจก หน้าบันเป็นไม้จำหลักลายปิดทอง รูปเทวดาประทับยืนบนแท่น หัตถ์ขวาทรงตรี หัตถ์ซ้ายทรงพระขรรค์ มีลายกระหนกก้านขดเทพนม เป็นลายประกอบบนพื้นกระจกสี พระทวารมีซุ้มเรือนแก้วลายดอกเบญจมาศ ตัวบานเขียนลายน้ำทอง เป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ เครื่องประกอบพระบรมราชาอิสริยยศ พระแสงอัษฎาวุธ และพระแสงราชศัสตราวุธ

Ho Sattratrakhom หอศาสตราคม

Ho Sattratrakhom ภาพจาก www.newtv.co.th

ภายในแบ่งเป็น 2 ห้อง

ห้องทางดานทิศเหนือ เป็นห้องสำหรับทำพิธีสวดพระพุทธมนต์ มีพระประธานองค์ใหญ่ที่มีโครงสร้างภายในสานด้วยไม้ไผ่ ในรายการแฟนพันธุ์แท้ 2006 ตอน พระพุทธรูป ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2549 และ 12 พฤษภาคม 2549 ได้มีการระบุชื่อพระพุทธรูปองค์ดังกล่าว มีชื่อว่า “พระพุทธปริตร” ห้องด้านทิศใต้เป็นห้องเก็บเครื่องเกี่ยวกับพิธี

ในสมัยรัชกาลต่างๆ …

รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเห็นพระที่นั่งโถง ลักษณะเดียวกับพระที่นั่งดุสิตาภิรมย์ รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าให้รื้อพระที่นั่งองค์เดิมแล้วสร้างหอศาสตราคม เพื่อให้พระสงฆ์ฝ่ายรามัญนิกาย ทำพิธีสวดพระพุทธมนต์สัตปริตรคาถาเสกน้ำพระพุทธมนต์ สำหรับสรงพระพักต์ และ น้ำสรง ตลอดทั่งประพรมรอบพระมหามณเฑียร ในอดีตเมื่อมีการศึกสงครามได้ประกอบพิธีปลุกเสกเครื่องรางของขลัง เพื่อมอบเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ทหารในการรบ ด้วยเหตุนี้จึงเขียนลายเครื่องอาวุธโบราณ ไว้ที่บานประตูหน้าต่างทุกบาน

รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 มีการสวดทำน้ำพระพุทธมนต์ถวายสรง และนิมนต์พระสงฆ์เข้าประพรมน้ำพระพุธมนต์ รอบพระมหามณเฑียรทุกวัน ปัจจุบันนิมนต์พระสงฆ์สวดทำน้ำพระพุทธมนต์ และประพรมรอบพระมหามณเฑียรเฉพาะวันธรรมสวนะเท่านั้น

ส่วนการถวายน้ำพระพุทธมนต์สำหรับสรง ยังคงถวายทุกวัน ตามโบราณราชประเพณี และเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2530, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 และ พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554

หอศาสตราคมแห่งนี้ ใช้ในการประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำ และเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ในกรุงเทพมหานคร ก่อนที่จะนำไปประกอบรัฐพิธีเสกทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสดังกล่าว

อาคารสำนักพระราชวัง

ภาพจาก th.wikipedia.org/wiki

อาคารสำนักพระราชวัง

พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ศาลาลูกขุนใน ศาลาสหทัยสมาคม พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระที่นั่งดุสิตาภิรมย์ พระที่นั่งราชฤดี พระที่นั่งสนามจันทร์ หอศาสตราคม หอพระสุราลัยพิมาน หอพระธาตุมณเฑียร พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์ พระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระที่นั่งพิมานรัตยา พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท พระที่นั่งราชกรัณยสภา ศาลาเปลื้องเครื่อง เขาไกรลาสจำลอง สวนศิวาลัย พระที่นั่งบรมพิมาน พระที่นั่งมหิศรปราสาท พระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท พระที่นั่งสีตลาภิรมย์ พระพุทธรัตนสถาน พระที่นั่งไชยชุมพล พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท เขตพระราชฐานชั้นใน

ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพระราชวัง